Skip to content

สอบ GED ยากไหม ? เจาะลึกความท้าทายของแต่ละวิชา และเทคนิคพิชิตคะแนน 145+

สอบ GED ยากไหม

สรุปสั้น: สอบ GED ยากไหม ?

  • GED ไม่ได้เน้นการท่องจำเป็นหลัก แต่เน้นการอ่าน วิเคราะห์ ตีความข้อมูล และนำความรู้ไปใช้แก้โจทย์
  • RLA ท้าทายเรื่องการอ่านภาษาอังกฤษ การวิเคราะห์ Passage ไวยากรณ์ และการเขียน Extended Response
  • Math ท้าทายสำหรับคนที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ โดยต้องเข้าใจหลักการและนำสูตรไปประยุกต์ใช้ แม้จะมีเครื่องคิดเลขและ Formula Sheet ให้ใช้ในส่วนที่กำหนด
  • Science เน้นการวิเคราะห์ข้อมูล การตีความกราฟและผลการทดลอง รวมถึงการใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ มากกว่าการท่องจำเนื้อหา
  • Social Studies อาจท้าทายสำหรับผู้สอบไทยจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา แต่ข้อสอบเน้นการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลมากกว่าการท่องจำ
  • ภาษาอังกฤษเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะผู้สอบในประเทศไทยทำข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ และความเข้าใจภาษาอังกฤษมีผลต่อการตีความโจทย์
  • ความยากของ GED ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน การรู้จุดอ่อนของตัวเองและวางแผนเตรียมสอบเป็นรายวิชาจึงสำคัญกว่าการพยายามอ่านทุกอย่างพร้อมกัน

น้อง ๆ ที่มีความกังวลในการสอบ GED ไม่รู้ว่าสอบ GED ยากไหม และควรจะต้องเตรียมตัวสอบยังไง เริ่มอ่านสอบที่ตรงไหน แต่ละวิชาสอบอะไรบ้าง วันนี้พี่กริฟฟินก็จะมาบอกเคล็ดลับและเทคนิคการเตรียมสอบ GED พิชิตคะแนน 145+ สอบผ่านได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ลงสอบครั้งแรก

 

สอบ GED ยากไหม

GED คือการสอบวัดความรู้และทักษะในระดับมัธยมปลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 วิชาหลัก ได้แก่ Reasoning Through Language Arts (RLA), Mathematical Reasoning, Science และ Social Studies และสามารถเลือกสอบแยกเป็นรายวิชาได้ ไม่จำเป็นต้องสอบทั้ง 4 วิชาพร้อมกัน ซึ่งไม่ใช่ข้อสอบที่ยาก เนื่องจากเนื้อหาการสอบจะเป็นการวัดความรู้ในระดับเทียบเท่ากับความรู้มัธยมปลาย แต่บางหัวข้ออาจมีความท้าทายหากไม่ถนัดในเรื่องนั้น ๆ และสำหรับคนที่ไม่แม่นภาษาอังกฤษก็อาจเป็นอุปสรรคในการทำข้อสอบ เพราะตัวข้อสอบ GED จะมีการสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด รวมไปถึงข้อสอบจะไม่ได้เน้นการสอบแบบท่องจำ แต่เป็นการอ่านจับใจความวิเคราะห์โจทย์จากข้อมูลที่ระบุให้เป็นหลัก ดังนั้นหากอ่านและตีความโจทย์ได้ก็ทำข้อสอบได้อย่างไม่ต้องกังวล

ดังนั้นแทนที่จะถามว่า “GED ยากไหม” เพียงอย่างเดียว ควรถามต่อว่า “เรายากตรงไหน” เพราะแต่ละคนอาจมีจุดที่ต้องเตรียมตัวแตกต่างกัน

 

เจาะลึกความท้าทายข้อสอบ GED RLA (Reasoning Through Language Arts)

เริ่มต้นกันที่รายวิชาภาษาอังกฤษ หรือ GED RLA (Reasoning Through Language Arts) ซึ่งเป็นวิชาที่ใช้เวลาการทำสอบนานที่สุด โดยมีระยะเวลาสอบถึง 150 นาที 46 ข้อ มีการทดสอบภาษาอังกฤษหลัก ๆ ใน 2 ทักษะ ได้แก่ ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ที่ผู้สอบจะต้องอ่าน Passage ที่โจทย์ระบุให้และตอบคำถาม จำนวน 45 ข้อ และข้อสอบวัดทักษะด้านการเขียน (Writing) หรือที่เรียกว่า Extended Response ซึ่งผู้สอบต้องเขียน Essay วิเคราะห์โจทย์อีก 1 ข้อ

 

GED RLA ยากตรงไหน ?

  1. ต้องอ่านภาษาอังกฤษและจับประเด็นให้ได้

ความท้าทายของ RLA ไม่ได้อยู่ที่การรู้คำศัพท์อย่างเดียว แต่ต้องอ่าน Passage แล้วเข้าใจว่าเนื้อหากำลังพูดถึงอะไร ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร และข้อมูลส่วนใดเป็นหลักฐานที่ใช้สนับสนุนข้อคิดเห็น

  1. ต้องแยกเหตุผลกับหลักฐานให้ออก

โจทย์บางส่วนจะให้ข้อมูลหรือข้อโต้แย้งมา แล้วให้ผู้สอบวิเคราะห์ว่าเหตุผลใดมีน้ำหนักหรือมีหลักฐานสนับสนุนมากกว่า จึงต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ไม่ใช่เพียงอ่านแล้วเลือกคำตอบที่ดูคุ้นเคย

  1. Extended Response ต้องใช้ทั้งทักษะการอ่านและการเขียน

ข้อเขียนของ RLA ให้ผู้สอบวิเคราะห์ Source Text และใช้หลักฐานจากเนื้อหามาสนับสนุนคำตอบ จึงไม่ใช่การเขียน Essay จากความคิดเห็นส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

 

เทคนิคเตรียมสอบ RLA

หากภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง ควรเริ่มจากการฝึกอ่าน Passage สั้น ๆ แล้วลองสรุปใจความสำคัญด้วยภาษาของตัวเอง จากนั้นค่อยเพิ่มความยาวและระดับความซับซ้อนของเนื้อหา

อีกวิธีที่ช่วยได้คือฝึกตอบคำถามโดยจับเวลา เพราะต่อให้เข้าใจเนื้อหา แต่ใช้เวลาอ่าน Passage นานเกินไป ก็อาจทำให้มีเวลาเหลือไม่พอสำหรับข้ออื่นและ Extended Response

สำหรับ Extended Response ควรฝึกอ่าน Source Text พร้อมหา Claim, Evidence และ Reasoning ให้เป็น ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาเรียบเรียงเป็นคำตอบของตัวเอง

 

เจาะลึกความท้าทายข้อสอบ GED Math (Mathematics)

ในส่วนของข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ (GED Math) ที่กำหนดเวลาการทำสอบทั้งหมด 115 นาที จะมีความท้าทายสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดการคิดคำนวณ แต่ข้อสอบในวิชานี้ก็ไม่ได้โหดจนเกินไป เพราะมีส่วนที่อนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลขได้ถึง 41 ข้อ ในขณะที่ข้อสอบที่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขมีเพียง 5 ข้อเท่านั้น (รวมข้อสอบทั้งหมด 46 ข้อ) นอกจากนี้ ยังมี Formula Sheet หรือโพยสูตรคำนวณในระบบที่สามารถเรียกใช้งานได้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องท่องจำสูตรก่อนไปสอบ แต่สูตรในระบบจะเป็นสูตรพื้นฐานเท่านั้น น้อง ๆ จึงต้องอาศัยความเข้าใจหลักการคำนวณและใช้งานสูตรต่าง ๆ เพื่อนำเอาไปพลิกแพลงในการทำข้อสอบด้วยตัวเอง

 

GED Math ยากตรงไหน ?

  1. ไม่ได้วัดแค่การคำนวณ

โจทย์ GED Math หลายข้อเป็นโจทย์สถานการณ์ที่ต้องอ่านและตีความก่อนจึงจะรู้ว่าต้องคำนวณอะไร ดังนั้นคนที่คำนวณเก่งแต่ไม่ถนัดการวิเคราะห์โจทย์ก็ยังมีโอกาสเสียคะแนนได้

  1. มี Formula Sheet แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเข้าใจสูตร

การสอบมี Formula Sheet ให้ใช้งาน จึงไม่จำเป็นต้องท่องจำสูตรทุกสูตร แต่ผู้สอบยังต้องรู้ว่าโจทย์แต่ละแบบควรใช้สูตรใด และต้องนำสูตรไปประยุกต์กับข้อมูลที่โจทย์ให้มาอย่างไร

  1. กราฟ ตาราง และฟังก์ชันอาจเป็นจุดที่ทำให้เสียเวลา

นอกจากการคำนวณแล้ว GED Math ยังวัดความสามารถในการอ่านข้อมูลจากกราฟ ตาราง และฟังก์ชัน จึงควรฝึกทำโจทย์หลายรูปแบบ ไม่ควรเน้นเฉพาะโจทย์คำนวณตรง ๆ

 

เทคนิคเตรียมสอบ Math

เริ่มจากทบทวนพื้นฐานที่ยังไม่แม่น เช่น เศษส่วน ร้อยละ เลขยกกำลัง สมการ และการอ่านกราฟ จากนั้นค่อยฝึกโจทย์ประยุกต์ที่ต้องใช้หลายขั้นตอน

สิ่งสำคัญคืออย่าใช้เครื่องคิดเลขเป็นทางลัดในการแก้ทุกข้อ แต่ให้ฝึกคิดก่อนว่า โจทย์ถามอะไร มีข้อมูลอะไร และควรใช้วิธีไหน แล้วจึงใช้เครื่องคิดเลขช่วยตรวจสอบหรือคำนวณในส่วนที่เหมาะสม

 

เจาะลึกความท้าทายข้อสอบ GED Science

สำหรับข้อสอบ GED Science ก็จะเน้นวัดทักษะกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์มากกว่าการท่องจำข้อมูล ตัวโจทย์จะเน้นไปที่การตั้งสมมติฐานและอนุมานผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์จากตัวแปรต่าง ๆ รวมถึงมีโจทย์เกี่ยวกับการคำนวณ ซึ่งอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขในระหว่างการทำสอบได้ โดยจะกำหนดเวลาสอบทั้งหมด 90 นาทีและจำนวนข้อสอบอยู่ที่ราว 36-40 ข้อ (ขึ้นอยู่กับชุดข้อสอบที่ได้รับ) 

 

GED Science ยากตรงไหน ?

  1. ต้องอ่านข้อมูลแล้วหาคำตอบจากหลักฐาน

โจทย์อาจให้ผลการทดลอง ตาราง กราฟ หรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มา แล้วให้ผู้สอบวิเคราะห์ว่าข้อมูลดังกล่าวสนับสนุนข้อสรุปใด ดังนั้นการอ่านข้อมูลอย่างละเอียดจึงสำคัญมาก

  1. ต้องเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำไปใช้

แม้ GED Science จะไม่เน้นการท่องจำ แต่ผู้สอบก็ยังต้องมีความเข้าใจพื้นฐานของ Life Science, Physical Science และ Earth and Space Science เพื่อใช้ตีความสถานการณ์ที่โจทย์กำหนด

  1. ต้องระวังการอ่านกราฟและตัวเลข

โจทย์บางข้อไม่ได้ถามตรง ๆ จากข้อมูลที่เห็น แต่ต้องนำข้อมูลหลายส่วนมาเปรียบเทียบหรือคำนวณก่อน จึงควรฝึกอ่านกราฟ ตาราง และข้อมูลเชิงตัวเลขให้คล่อง

 

เทคนิคเตรียมสอบ Science

แทนที่จะพยายามท่องจำเนื้อหาวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ควรฝึกทำโจทย์ที่มีกราฟ ตาราง และผลการทดลองควบคู่ไปกับการทบทวนพื้นฐาน

เวลาทำโจทย์ให้ลองถามตัวเองว่า “โจทย์ให้ข้อมูลอะไรมา” “ข้อมูลนี้บอกอะไร” และ “หลักฐานส่วนไหนสนับสนุนคำตอบ” วิธีคิดแบบนี้ช่วยให้คุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่เน้น Scientific Reasoning มากขึ้น

 

เจาะลึกความท้าทายข้อสอบ GED Social Studies

GED Social Studies หรือข้อสอบในรายวิชาสังคมศึกษา เป็นข้อสอบที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นวิชาที่ “ง่ายที่สุด” แต่ความท้าทายสำหรับเด็กไทย คือ เนื้อหาการสอบของรายวิชานี้จะต่างจากเนื้อหาที่น้อง ๆ คุ้นเคยกันดี เพราะข้อคำถามจะเป็นการวัดความรู้ด้านสังคมที่เกี่ยวข้องกับประเทศ “สหรัฐอเมริกา” เป็นหลัก แต่หลัก ๆ แล้วจะมี Passage ให้อ่านและตอบคำถาม ไม่ได้เป็นข้อคำถามแบบให้ท่องจำเนื้อหา มีจำนวนข้อสอบอยู่ที่ 48-50 ข้อ (ขึ้นอยู่กับชุดข้อสอบ) กำหนดเวลาการสอบ 70 นาที

 

GED Social Studies ยากตรงไหน ?

  1. ต้องทำความคุ้นเคยกับบริบทของสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้สอบไทย เนื้อหาบางส่วนอาจไม่คุ้นเคย เพราะข้อสอบมีบริบทเกี่ยวกับการเมืองการปกครองและประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การทำข้อสอบไม่ได้อาศัยการท่องจำข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการอ่าน วิเคราะห์เหตุการณ์ และประเมินข้อมูลที่โจทย์ให้มา

  1. ต้องอ่านข้อมูลแล้วเชื่อมโยงเหตุผล

โจทย์อาจนำเสนอข้อความจากเอกสาร แผนภูมิ กราฟ หรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แล้วให้ผู้สอบวิเคราะห์ใจความ จุดประสงค์ หรือความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล

  1. เวลาในการทำข้อสอบค่อนข้างกระชับ

ด้วยเวลาสอบ 70 นาที จึงควรฝึกอ่าน Passage และวิเคราะห์คำถามให้รวดเร็ว หากใช้เวลาทำความเข้าใจกับเนื้อหาข้อใดนานเกินไป อาจกระทบเวลาของข้ออื่นได้

 

เทคนิคเตรียมสอบ Social Studies

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการท่องจำประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ทุกเหตุการณ์ แต่ควรทำความเข้าใจภาพรวมของหัวข้อสำคัญ แล้วเน้นฝึกอ่าน Passage วิเคราะห์เหตุการณ์ และตีความข้อมูลประกอบ

หากยังไม่คุ้นกับบริบทของสหรัฐอเมริกา การอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ Civics, U.S. History และ Economics เบื้องต้นจะช่วยให้เข้าใจโจทย์ได้เร็วขึ้น

 

เทคนิคพิชิตคะแนน GED 145+

มาถึงตรงนี้ น้อง ๆ น่าจะมีคำตอบในใจกันแล้วว่าสอบ GED ยากไหม และน่าจะเริ่มต้นคิดแผนการเตรียมตัวสอบ GED ของตัวเองกันเอาไว้คร่าว ๆ แล้ว แต่พี่กริฟฟินอยากเสริมเทคนิคพิชิตคะแนน GED 145+ อีกสักเล็กน้อย เพื่อให้น้องทุกคนได้ลงสอบอย่างมั่นใจ

อ่านสอบทีละวิชาแบบเจาะลึก

ข้อสอบ GED จะต่างจากการสอบรูปแบบอื่น ๆ คือ สามารถเลือกสอบทีละวิชาได้ และมีการเปิดสอบทุกวันจันทร์-เสาร์ จึงไม่ต้องเร่งอ่านสอบ แต่สามารถค่อย ๆ ทยอยลงสอบทีละวิชาเพื่อใช้เวลาในการทบทวนบทเรียนและฝึกทำข้อสอบแต่ละวิชาจนมั่นใจก่อนลงสมัครสอบได้ นอกจากนี้ การสอบ GED ยังใช้เวลาสอบค่อนข้างนาน หากสมัครสอบรวดเดียวครบทุกวิชาจะทำให้สมองล้าจนอาจพลาดคะแนนสำคัญในการสอบวิชาท้าย ๆ ได้

แบ่งเวลาท่องศัพท์

หลายครั้งคำถาม GED อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ไม่รู้คำตอบ แต่จุดที่ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะเลือกตอบข้อไหนเป็นเรื่องของกำแพงภาษาที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากสิ่งที่โจทย์ต้องการถามจึงทำให้ตอบผิด ดังนั้นน้อง ๆ จึงควรแบ่งเวลามาท่องศัพท์โดยจดจำคำศัพท์เฉพาะของรายวิชาต่าง ๆ ให้แม่นยำ เพื่อที่จะได้ลดความสับสนในการอ่านโจทย์และทำความเข้าใจโจทย์ได้อย่างตรงประเด็น

ฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง

ลองดาวน์โหลดชุดข้อสอบ GED มาทดลองทำแบบจับเวลาตามจริงเพื่อฝึกบริหารเวลาและฝึกตีความโจทย์ หลังจากฝึกทำข้อสอบจนเริ่มมั่นใจแล้วก็สามารถลงสอบ GED Ready ได้ทันที โดยหลังจากผ่านการสอบจำลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอแนะนำให้กลับไปทบทวนเนื้อหาการสอบเพิ่มเพื่อปิดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็ง จากนั้นค่อยลงสอบ GED ในรอบจริงให้ได้คะแนนสูงทะลุเป้า

วิเคราะห์ข้อผิดพลาดหลังทำข้อสอบ

อย่าดูเพียงว่าทำได้กี่คะแนน แต่ควรย้อนดูว่าทำไมถึงตอบผิด เช่น

  • อ่านโจทย์ไม่เข้าใจ
  • ไม่รู้คำศัพท์
  • ไม่เข้าใจหลักการ
  • คำนวณผิด
  • วิเคราะห์ข้อมูลผิด
  • ใช้เวลานานเกินไป

การแยกสาเหตุของข้อผิดพลาดจะช่วยให้รู้ว่าควรกลับไปแก้ตรงไหน แทนที่จะฝึกทำข้อสอบซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าจุดอ่อนอยู่ที่ใด

 

เตรียมสอบ GED ให้มั่นใจมากขึ้นกับ House of Griffin

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรเริ่มเตรียมสอบจากวิชาไหน หรือไม่รู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองอยู่ตรงไหน House of Griffin พร้อมช่วยวางแผนการเตรียมสอบให้เหมาะกับพื้นฐานของแต่ละคน ตั้งแต่การปูพื้นฐาน ติวเนื้อหา ฝึกทำข้อสอบ ด้วยคอร์สติว GED แบบติวเข้มเก็บทุกรายวิชา พร้อมแชร์เทคนิคการทำสอบแบบจัดเต็ม การันตีได้วุฒิ GED ภายใน 2 เดือน (สอบไม่ผ่านเรียนซ้ำฟรี)

เลือกเรียนได้ทั้ง คอร์ส On-site และ Online พร้อมทีมครูและทีมวิชาการที่ช่วยติดตามพัฒนาการและให้คำแนะนำระหว่างการเตรียมสอบ หากอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับแผนการเรียนแบบไหน สามารถติดต่อ House of Griffin เพื่อปรึกษาและวางแผนเตรียมสอบ GED ได้เลย

Share this article