Skip to content

เทคนิคการใช้ GED Math Formula Sheet ให้สอบผ่านฉลุย

GED Math Formula Sheet

น้องคนไหนที่กำลังเตรียมตัวจะสมัครสอบ GED Math แต่ยังกังวลว่าจะกลัวลืมสูตรจนต้องนั่งท่องจำสูตรคณิตศาสตร์ก่อนไปสอบ พี่กริฟฟินขอแนะนำให้น้อง ๆ ลองมาทำความรู้จักกับ Formula Sheet หรือโพยสูตรคำนวณของข้อสอบ GED Math กันให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาในการคำนวณคำตอบและสามารถทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

GED Math ออกอะไรบ้าง?

ก่อนที่จะเริ่มไปทำความรู้จักกับ GED Math Formula Sheet และเทคนิคการใช้สูตรคณิตศาสตร์ต่าง ๆ จะต้องทราบโครงสร้างคร่าว ๆ ของข้อสอบ GED Math เสียก่อน โดยข้อสอบ GED Math หรือ Mathematical Reasoning จะเน้นวัดทักษะพื้นฐานด้านการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมปลาย มีข้อสอบทั้งหมด 46 ข้อ กำหนดเวลาสอบที่ 115 นาที แบ่งประเภทของข้อสอบออกเป็น 4 หัวข้อย่อย ดังนี้

1. Basic Math (พื้นฐานทางคณิตศาสตร์)

โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์พื้นฐานที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันอย่างการบวก, ลบ, คูณ, หาร โดยตัวเลขภายในโจทย์จะมีตั้งแต่จำนวนเต็ม, ทศนิยม, เศษส่วน, เปอร์เซ็นต์, เลขยกกำลัง รวมไปถึงการหารากที่สอง

2. Basic Algebra (พีชคณิตเบื้องต้น)

โจทย์พีชคณิตจะถามเกี่ยวกับการแก้สมการ, การลดรูปสมการ, อสมการ, สมการเชิงเส้น รวมไปถึงการใช้สูตรกำลังสองในการแก้โจทย์ปัญหา (คล้ายคลึงกับโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน แต่ซับซ้อนกว่า และมีการแทรกตัวแปร)

3. Geometry (เรขาคณิต)

โจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับเรขาคณิตทั้งรูปแบบสองมิติและสามมิติ เช่น วงกลม, สามเหลี่ยม, สี่เหลี่ยม, ลูกบาศก์, ปริซึม, พีระมิด, ทรงกระบอก และทรงกรวย โดยจะถามเกี่ยวกับการหาพื้นที่, เส้นรอบวง, รัศมี, ปริมาตร, พื้นผิว, ทฤษฎีบทพีทาโกรัส หรือความสัมพันธ์ของรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ

4. Graphs and Functions (กราฟและฟังก์ชัน)

โจทย์ในหมวดนี้จะเน้นการอ่านและวิเคราะห์กราฟ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรในรูปแบบของฟังก์ชัน โดยมักจะถามเกี่ยวกับการระบุจุดบนระนาบพิกัด (Coordinate Plane), การหาความชันของเส้นตรง (Slope), การหาจุดตัดของกราฟกับแกน x และ y, การเปรียบเทียบค่าจากกราฟ รวมถึงการแปลความหมายของกราฟเส้น กราฟแท่ง หรือกราฟอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยในข้อสอบ GED Math

5. Data Analysis, Statistics, and Probability (การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ และความน่าจะเป็น)

โจทย์ในหัวข้อนี้จะวัดความสามารถในการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลเชิงสถิติ โดยจะถามเกี่ยวกับค่าเฉลี่ย (Mean), ค่ามัธยฐาน (Median), ฐานนิยม (Mode), ช่วงข้อมูล (Range), การตีความข้อมูลจากตาราง แผนภูมิ หรือกราฟ รวมถึงโจทย์ความน่าจะเป็นพื้นฐาน (Probability) ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เน้นการอ่านข้อมูลอย่างมีเหตุผลและเลือกคำตอบที่สอดคล้องกับข้อมูลที่กำหนดมา

โดยข้อสอบ GED Math นี้จะอนุญาตให้ผู้สอบสามารถใช้เครื่องคิดเลขเป็นตัวช่วยในการคำนวณหาคำตอบได้ และไม่จำเป็นต้องพกเครื่องคิดเลขติดตัวเข้าห้องสอบให้ยุ่งยาก เนื่องจากในระบบการสอบจะมีเครื่องคิดเลขที่สามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา แต่สำหรับข้อสอบบางข้อที่ไม่อนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลข ระบบจะระบุว่าไม่สามารถเรียกใช้เครื่องคิดเลขได้ (เฉพาะ 5 ข้อแรกเท่านั้น ส่วนอีก 41 ข้อที่เหลือสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ตามปกติ) นอกจากนี้ภายในข้อสอบ GED Math ยังมี Formula Sheet เป็นตัวช่วยในการคำนวณอีกด้วย

GED Math Formula Sheet คืออะไร?

GED Math Formula Sheet คือ แผ่นรวมสูตรคณิตศาสตร์สำหรับการสอบข้อสอบ GED ซึ่งจะอยู่ในระบบที่ผู้สอบสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดระยะเวลาการสอบ ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการท่องจำสูตรไปได้ค่อนข้างมาก น้อง ๆ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะจำสูตรไม่ได้นั่นเอง

เทคนิคการใช้ GED Math Formula Sheet ให้ทำข้อสอบเร็วและแม่น

การสอบ GED Math ไม่ได้ทดสอบเฉพาะความสามารถในการคิดคำนวณตัวเลขและวิเคราะห์โจทย์ทางคณิตศาสตร์เพียงเท่านั้น แต่ยังวัดความสามารถในการประยุกต์ใช้สูตรต่าง ๆ ในการคำนวณอีกด้วย ดังนั้นหากน้อง ๆ เข้าใจสิ่งที่โจทย์ถามและสามารถเลือกหรือประยุกต์ใช้สูตรคณิตศาสตร์ได้อย่างถูกต้องก็จะช่วยให้สามารถบริหารเวลาในการสอบได้เป็นอย่างดีและมีเวลาทบทวนคำตอบอีกครั้งก่อนส่งข้อสอบเพื่อที่จะได้ไม่พลาดทุกคะแนนสำคัญ โดยพี่กริฟฟินก็เอาเทคนิคการใช้สูตร GED Math Formula Sheet มาฝากกัน ดังนี้

1. ศึกษาวิธีการใช้งานเครื่องคิดเลข GED (TI-30XS)

สูตรต่าง ๆ ใน GED Math Formula Sheet มักจะใช้งานควบคู่กับเครื่องคิดเลขเพื่อประหยัดเวลาในการคำนวณ ทั้งยังมีความแม่นยำกว่าการคิดเลขด้วยตัวเอง โดยเครื่องคิดเลขในระบบของข้อสอบ GED ก็จะมีความคล้ายคลึงกับเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ที่มีปุ่มหลาย ๆ ปุ่มพร้อมสัญลักษณ์พิเศษไว้รองรับการคำนวณที่ซับซ้อน และเครื่องคิดเลขในข้อสอบ GED ก็ได้แก่รุ่น “TI-30XS” นั่นเอง ซึ่งถ้าใครไม่คุ้นเคยและกังวลว่าจะกดเครื่องคิดเลขไม่ถนัด ในเว็บไซต์ของ GED Official ก็มี Tutorial การใช้งานเครื่องคิดเลขและ Formula Sheet ให้ได้ลองทำความคุ้นเคยกันก่อนได้ ที่นี่ และสามารถศึกษาเกี่ยวกับสัญลักษณ์ต่าง ๆ บนเครื่องคิดเลขของ GED ได้ ที่นี่

2. ทำความเข้าใจองค์ประกอบของ GED Math Formula Sheet

ถ้าใครลองกดดูตัวอย่าง Formula Sheet ในระบบ GED จากลิงก์ด้านบนเป็นที่เรียบร้อย ก็จะสังเกตเห็นว่า Formula Sheet ในระบบของข้อสอบ GED จะเป็นแผ่นรวมสูตรคณิตศาสตร์ทุกอย่างเอาไว้ในที่เดียว แต่มีการจัดแบ่งหมวดหมู่ประเภทของสูตร เช่น สูตรการหาพื้นที่ (Area), สูตรการหาปริมาตร (Volume), สูตรพีชคณิต (Algebra) หรือสูตรการแปลงหน่วยการวัด (Measurement) โดยจะมีหัวข้อกำกับแยกประเภทเอาไว้ ซึ่งเมื่อน้อง ๆ ลองศึกษาแผ่น Formula Sheet ก็จะเห็นว่าสูตรที่ต้องการอยู่ในบริเวณไหนของ Formula Sheet และสามารถค้นหาสูตรที่ต้องการใช้ตามประเภทโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งไล่อ่านทั้งแผ่น

3. จำสูตรคณิตศาสตร์แบบเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ

แม้ว่าการทำข้อสอบ GED Math จะไม่จำเป็นต้องจำสูตรคณิตศาสตร์ให้ขึ้นใจ แต่น้อง ๆ ก็ควรศึกษาสูตรคร่าว ๆ ของแต่ละหัวข้อเอาไว้ก่อน รวมทั้งจำความหมายและบริบทของสูตรแบบคร่าว ๆ ตัวอย่างเช่น สูตรเรขาคณิตก็ควรที่จะศึกษาสูตรพร้อมกับรูปประกอบของรูปทรงต่าง ๆ เพื่อที่เวลาเห็นรูปในโจทย์จะได้เชื่อมโยงกับสูตรได้ง่าย เพราะสูตรใน Formula Sheet จะเป็นสูตรเปล่า ๆ ที่ไม่มีรูปประกอบนั่นเอง
นอกจากนี้ยังควรศึกษาเกี่ยวกับตัวแปรเฉพาะภายในสูตรเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้นำเอาตัวเลขในโจทย์มาแทนค่าลงในสูตรได้รวดเร็วมากขึ้น เช่น r คือ รัศมีวงกลม หรือ m คือ ความชัน เป็นต้น

4. การประยุกต์ใช้สูตรคณิตศาสตร์ในข้อสอบ GED Math

ก่อนจะเริ่มต้นคำนวณ ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนว่าภายในโจทย์มีการระบุค่าของตัวแปรใดมาแล้วบ้าง และโจทย์ต้องการให้หาตัวแปรใด เพราะบางครั้งโจทย์อาจให้ตัวเลขที่ไม่ตรงกับสูตรคณิตศาสตร์ปกติทั่วไป ซึ่งผู้สอบก็จะต้องทำการประยุกต์สูตรก่อนจึงจะสามารถหาค่าได้ ตัวอย่างเช่น

ged math formula sheet

โจทย์ตามหาพื้นที่ผิวของลูกบาสเก็ตบอล โดยกำหนดว่าลูกบาสเก็ตบอลลูกนี้มี “เส้นผ่านศูนย์กลาง” อยู่ที่ 9 นิ้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว สูตรพื้นผิวของวงกลม คือ S=4πr2

ซึ่ง r คือ “รัศมี” ของวงกลม แต่โจทย์ไม่ได้ระบุเลขรัศมีมาให้ ดังนั้นน้อง ๆ ก็จะต้องนำเอาเส้นผ่านศูนย์กลางมา “หาร 2” เพื่อหาค่ารัศมี (r) ก่อน จึงจะสามารถนำเอาไปแทนค่าในสูตรได้

ดังนั้น \(\frac{9.5}{2} = 4.75\) และนำไปแทนค่าในสูตร S = 4πr2
จะได้ว่า \(S = 4\pi(4.75)^2 = 4 \times \frac{22}{7}(4.75)^2 = 283.528\)
ข้อนี้จึงตอบ B 283.5 นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีสูตรคณิตศาสตร์อื่น ๆ ที่จะต้องใช้หลักการประยุกต์สูตรอีกมาก ดังนั้นหากน้อง ๆ ได้ลองศึกษาการใช้งานสูตรและเข้าใจบริบทของสูตรที่มากกว่าการท่องจำตัวเลขและเครื่องหมายก็จะช่วยให้สามารถประยุกต์สูตรในการคำนวณได้ไม่ยากเลย

5. ตรวจคำตอบและใช้ Flag for Review ให้เป็นประโยชน์

การตรวจคำตอบก่อนส่งก็คาดว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนส่งข้อสอบที่น้อง ๆ ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับการสอบ GED Math นั้นจะพิเศษกว่าข้อสอบอื่น ๆ เนื่องจากน้อง ๆ สามารถเลือก “ติดธง” (Flag for review) ข้อที่ไม่มั่นใจคำตอบ หรือเลือกข้ามข้อนั้น ๆ ไปทำข้ออื่นก่อน และกลับมากดรีเช็คคำตอบอีกครั้งก่อนการส่งข้อสอบได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งจดหรือจำว่าข้อไหนเป็นข้อที่เปิดข้ามหรือไม่มั่นใจคำตอบ ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ดีและใช้งานง่ายมาก ๆ ดังนั้นหากเจอข้อสอบที่ไม่มั่นใจก็อย่าลืมกด “Flag for review” แล้วกลับมาตรวจสอบอีกครั้งก่อนส่งด้วย

เตรียมสอบ GED Math ให้ผ่านในครั้งเดียวกับ House of Griffin

นอกเหนือไปจากการฝึกใช้งานและทำความคุ้นเคยกับเครื่องคิดเลขและ GED Math Formula Sheet แล้ว น้อง ๆ ควรที่จะฝึกทดลองทำข้อสอบ GED Math ควบคู่กันไป เพื่อที่จะได้ฝึกความคล่องแคล่วและการตีความโจทย์ ซึ่งสำหรับใครที่อยากลองฝึกตะลุยโจทย์ GED แบบเน้น ๆ พร้อมบริการวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมก่อนการสอบจริงก็สามารถทักมาปรึกษาสอบถามคอร์สติว GED กับพี่กริฟฟินได้เลย โดยคอร์ส GED ของ House of Griffin จะเป็นคอร์สติวสอบ GED แบบครบถ้วนทุกรายวิชา ทั้ง GED Math, GED Science, GED Social Studies และ GED RLA (ภาษาอังกฤษ) เรียกได้ว่าลงเรียนครั้งเดียว สอบผ่านทุกวิชาพร้อมรับวุฒิ GED ไปครองได้แบบรวดเร็วในระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น!* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

Share this article
ไว้อาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง