
นอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกคณะเรียนของน้อง ๆ หลายคนก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “เงินเดือน” อย่างแน่นอน เพราะพี่กริฟฟินเชื่อว่าทุกคนอยากจะทำงานที่ได้เงินเดือนสูง ๆ เพื่อจะวางแผนการเงินได้อย่างสบายใจ มีเงินเหลือเก็บและใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสน วันนี้พี่กริฟฟินเลยจะมาแนะนำ อาชีพเงินเดือนสูง สำหรับเด็กจบใหม่หรือเหล่า First Jobber ให้เป็นตัวเลือกในการพิจารณาคณะเรียนกัน จะมีอาชีพอะไรบ้าง ไปดูเลย
10 อาชีพเงินเดือนสูง สำหรับเด็กจบใหม่ (First Jobber)
สายอาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)
สายอาชีพขาดแคลนเบอร์ต้น ๆ ที่หลายคนน่าจะเดาได้ เพราะ “วิศวกร” ถือว่าเป็นสายอาชีพเงินเดือนสูงอันดับต้น ๆ ของคนไทยมาอย่างยาวนานและเป็นอีกหนึ่งสาขาที่ได้รับการการันตีว่าจบมาไม่ตกงานและเงินเดือนสูงแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันนี้นอกจากสาขาพื้นฐานของวิศวะอย่าง โยธา, เคมี, ไฟฟ้า, เครื่องกล และคอมพิวเตอร์แล้ว ยังมีสาขาอื่นเพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมวิศวกรรมศาสตร์ทั่วโลก เช่น วิศวกรรมการบิน, วิศวกรรมนาโน, วิศวกรรมโทรคมนาคม, วิศวกรรมหุ่นยนต์, วิศวกรรมชีวการแพทย์, วิศวกรรมพลังงาน, วิศวกรรมการเงิน, วิศวกรรมอุตสาหการ, วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม, วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น
ซึ่งตำแหน่งหน้าที่ของวิศวะ หรือวิศวกร ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามสาขาเฉพาะทางที่เรียนมา แต่หลัก ๆ แล้วจะเน้นใช้ทักษะด้านวิศวกรรมศาสตร์ในการออกแบบ วางแผนจัดการ วิเคราะห์ ควบคุม แก้ไข ปรับปรุง รวมถึงประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์กับหน้างานจริงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทหรือองค์กรนั้น ๆ
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายวิศวกรรมศาสตร์สำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 30,000-45,000 บาท
สายอาชีพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Science)
นอกจากวิศวกรรมศาสตร์แล้ว “สายวิทยาศาสตร์การแพทย์” เองก็เป็นกลุ่มอาชีพเงินเดือนดีที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดแรงงานและเป็นตัวเลือกให้กับน้อง ๆ ที่อยากทำงานแบบมี Work-life-balance เนื่องจากสาย “แพทย์” โดยตรงที่เรียนจบมาแล้วเป็นหมอ เป็นสายงานที่แม้จะการันตีเงินเดือนสูง แต่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทำให้หลาย ๆ คนเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเลือกจาก “แพทย์” โดยตรง มาเป็น “วิทยาศาสตร์การแพทย์” ที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพแทน
โดยตัวเลือกอาชีพในสายนี้ก็จะมีความหลากหลายตามสาขาที่เลือกเรียน เช่น นักรังสีวิทยา, นักโภชนาการ, นักกายภาพบำบัด, นักจิตวิทยา, นักทัศนมาตร หรือบุคลากรอื่น ๆ ที่ทำงานเฉพาะทางในโรงพยาบาลและคลินิก
สำหรับหน้าที่ของ “นักวิทยาศาสตร์การแพทย์” จะมีความแตกต่างกันออกไปตามสาขาเฉพาะทาง แต่หลัก ๆ แล้วจะเน้นการให้บริการด้านการแพทย์แก่ผู้เข้ารับบริการ โดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการพูดคุยเสริมความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับบริการ
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายวิทยาศาสตร์การแพทย์สำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 35,000-50,000 บาท
สายอาชีพด้านเภสัชกรรม (Pharmacy)
ต่อเนื่องจากสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ต้องเป็น “เภสัชกรรม” ที่เป็นอีกหนึ่งสาขาตีคู่กันมากับหมอและอาชีพสายสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งอาชีพหลัก ๆ ของสาย “เภสัชกรรม” ก็คงหนีไม่พ้น “เภสัชกร” ที่ทำงานตามในโรงพยาบาลหรือคลินิกต่าง ๆ อย่างแน่นอน หรือบางคนก็อาจเลือกไปเปิดธุรกิจร้านขายยาเป็นของตัวเอง ซึ่งหน้าที่ของเภสัชกรหลัก ๆ ได้แก่การออกยาตามใบสั่งของแพทย์ หรือหากเป็นเภสัชกรประจำร้านขายยาก็จะต้องเพิ่มทักษะด้านการสื่อสารและการบริการลูกค้าควบคู่กันไปกับทักษะด้านการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยและจ่ายยาตามความเหมาะสม
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายเภสัชกรรมสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 35,000-50,000 บาท
สายอาชีพด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial)
ถ้าพูดถึงอาชีพที่มีคำว่า “ประกัน” แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะมีอคติเพราะคิดว่าจะเป็นงาน “ขายประกัน” ที่ต้องทำยอดแข่งขันกันและเป็นอาชีพที่ถูกคนรอบข้างระแวงว่าจะมา “หลอกขายประกัน” จนเพื่อน ๆ และญาติไม่อยากจะเสวนาด้วย แต่จริง ๆ แล้วอาชีพขายประกันนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างไรก็ตาม วันนี้พี่กริฟฟินไม่ได้จะมาแนะนำอาชีพนักขายประกัน แต่เป็น “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ที่จะมีความซับซ้อนกว่าและรายได้ดีกว่า
โดย “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” เป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, สถิติ, การเงิน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำการวิเคราะห์ ประเมิน และคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทางการเงินขององค์กรหรือธุรกิจประกันภัย เช่น ประกันชีวิต, ประกันรถยนต์, ประกันบ้าน, ประกันวินาศภัย, ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ เป็นต้น อาชีพนี้จึงเป็นอาชีพ Back Office ของบริษัทประกัน ไม่ได้ต้องออกไปหาลูกค้าหรือทำยอดขายจากประกันแต่อย่างใด จะเน้นไปที่การพูดคุยกับผู้บริหารและวางแผนการเงินภายในบริษัทโดยตรง
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายคณิตศาสตร์ประกันภัยสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 40,000-60,000 บาท
สายอาชีพด้าน Data Science & Analytics
อีกหนึ่งอาชีพมาแรงในยุคเทคโนโลยีก็ได้แก่อาชีพสายการวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Data Science & Analytics ที่แทบทุกองค์กรจะต้องมีบุคลากรในสายนี้ทำงานอยู่ เพราะเป็นผู้ที่จะช่วยในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ทำให้ฝ่ายอื่น ๆ สามารถนำเอาข้อมูลที่ได้นี้ไปใช้งานต่อได้ทั้งด้านการบริหาร, การจัดการงบการเงิน, การวางแผนการตลาด, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการแก้ไขปรับปรุงจุดบกพร่องภายในองค์กรต่าง ๆ
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสาย Data Science & Analytics สำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 35,000-50,000 บาท
สายอาชีพด้านการเงินและการธนาคาร (Financial & Banking)
สายงานด้านการเงินและการธนาคารเป็นหนึ่งสายงานที่มีความสำคัญกับสภาพเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก จึงเป็นสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอยู่ตลอดเวลาและเป็นกลุ่มอาชีพที่มีเงินเดือนสูง โดยอาชีพในสายนี้อาจแบ่งออกเป็น นักบัญชี, เจ้าหน้าที่ทางการเงิน, นักวิเคราะห์การเงิน, นักตรวจสอบบัญชี, ผู้ควบคุมงบการเงิน, นักวางแผนทางการเงิน, นักวิเคราะห์การลงทุน เป็นต้น
สำหรับงานหลัก ๆ ของอาชีพในสาขาการเงินและการธนาคารก็จะต้องเน้นการใช้ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ควบคู่ไปกับเศรษฐศาสตร์เชิงลึกในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสาขาย่อย โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อการวางแผนและตรวจสอบการเงินของบริษัทและองค์กรหรือลูกค้าขององค์กรให้มีความโปร่งใสหรือสามารถต่อยอดการเงินได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายการเงินและการธนาคารสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 30,000-45,000 บาท
สายอาชีพด้านธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business)
อีกหนึ่งสาขาคลาสสิกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ได้แก่ “ธุรกิจระหว่างประเทศ” ที่เป็นตัวเชื่อมโยงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้เฟื่องฟูขึ้น ซึ่งในสาขาของธุรกิจระหว่างประเทศ สามารถแบ่งอาชีพออกได้อีกหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น พนักงานโลจิสติกส์สายนำเข้า/ส่งออก, พนักงานจัดซื้อ, เจ้าหน้าที่บริหารงานขนส่ง, เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ, เจ้าหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, เจ้าหน้าที่ประสานงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ซึ่งแกนหลักของการประกอบอาชีพในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ คือ จะต้องประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจไปควบคู่กับความรู้ทางด้านกฎหมายของแต่ละประเทศ รวมทั้งต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการเงินระหว่างประเทศควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้ยังต้องหมั่นตรวจสอบคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐานอยู่เสมอ โดยจะมีการแบ่งหน้าที่กันออกไปตามอาชีพเฉพาะของแต่ละบุคคล แต่โดยรวมแล้วจะต้องมีความรู้พื้นฐานเหล่านี้เอาไว้
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายธุรกิจระหว่างประเทศสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 28,000-40,000 บาท
สายอาชีพด้านการตลาดและการตลาดดิจิทัล (Marketing & Digital Marketing)
ในยุคที่มีโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มในการซื้อ-ขายสินค้าอยู่มากมาย การดึงความสนใจของลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเป็นหน้าที่หัวใจสำคัญของอาชีพในสาย “การตลาดและการตลาดดิจิทัล” โดยอาชีพนี้จะต้องใช้ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผนเป็นหลัก เนื่องจากจะต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค จากนั้นก็ต้องคิดและวางแผนการตลาดในการโปรโมตสินค้าและบริการให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าทั้งผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าให้ได้มากที่สุด และดูแนวโน้มความน่าจะเป็นในตลาดเพื่อวางแผนการตลาดแบบต่อเนื่องในอนาคต จึงเรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่สำคัญและจำเป็นสำหรับทุก ๆ บริษัทและองค์กรเลยก็ว่าได้
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายการตลาดและการตลาดดิจิทัลสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 25,000-38,000 บาท
สายอาชีพด้านการจัดการการบิน (Aviation Management)
ทางด้านของ “การบิน” ก็เป็นสายอาชีพเงินเดือนสูงที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพ “แอร์โฮสเตส” กับ “นักบิน” ที่นอกจากจะมีเงินเดือนที่สูงแล้ว ยังมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งจนทำให้เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลายคน แต่นอกเหนือไปจากสองอาชีพข้างต้นแล้ว กลุ่มอาชีพในสาขาการจัดการการบินยังมีอาชีพอื่น ๆ อีก เช่น พนักงานภาคพื้นดิน, พนักงานหอบังคับการ, เจ้าหน้าที่อำนวยการบิน, เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ, เจ้าหน้าที่วางแผนการบิน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น ๆ ภายในสายการบิน เป็นต้น
โดยอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการบิน ก็จะมีการประยุกต์ใช้ความรู้ที่แตกต่างกันออกไป หากทำงานที่อยู่บนเครื่องบินอย่างแอร์โฮสเตสหรือนักบินก็จะต้องใช้ทักษะด้านการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการบริการลูกค้า ส่วนใครเป็นสายภาคพื้นดินหรือสายปฏิบัติการที่หอบังคับการก็จะต้องใช้ความรู้ในการวิเคราะห์และวางแผนจัดการการบินเพื่อให้หน้างานดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่น
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายการจัดการการบินสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 40,000-60,000 บาท
การจัดการโรงแรมระดับสูง (Hotel Management – Luxury Brand)
ลำดับสุดท้ายที่จะยกตัวอย่างมาพูดถึงในวันนี้ ได้แก่ อาชีพสายการจัดการโรงแรมโดยจะเน้นไปที่กลุ่มโรงแรมระดับสูง หรือโรงแรมชั้นนำเป็นหลัก เนื่องจากความต้องการของผู้ใช้บริการของโรงแรมแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยกลุ่มผู้รับบริการในโรงแรมระดับสูงมักจะต้องการการให้บริการที่ “เหนือกว่าความคาดหมาย” และใส่ใจดูแลในทุกรายละเอียด การบริหารจัดการโรงแรมระดับสูงจึงต้องคำนึงถึงการบริการลูกค้าในทุกภาคส่วนอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด จึงต้องอาศัยทักษะการบริการลูกค้าและทักษะด้านการบริหารจัดการบุคลากรภายในโรงแรม ควบคู่ไปกับทักษะด้านการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
เงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นของอาชีพสายการจัดการโรงแรมระดับสูงสำหรับ First Jobber หรือเด็กจบใหม่จะอยู่ที่เดือนละ 25,000-35,000 บาท
ตารางเปรียบเทียบเงินเดือน อาชีพเงินเดือนสูง สำหรับเด็กจบใหม่
สายอาชีพ | เงินเดือนเริ่มต้น |
สายวิศวกรรมศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) | 30,000-45,000 บาท |
สายวิทยาศาสตร์การแพทย์ | 35,000-50,000 บาท |
เภสัชกรรม (Pharmacy) | 35,000-50,000 บาท |
คณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial) | 40,000-60,000 บาท |
Data Science & Analytics | 35,000-50,000 บาท |
การเงินและการธนาคาร (Finance & Banking) | 30,000-45,000 บาท |
ธุรกิจระหว่างประเทศ )International Business) | 28,000-40,000 บาท |
การตลาดและการตลาดดิจิทัล (Marketing & Digital Marketing) | 25,000-38,000 บาท |
การจัดการการบิน (Aviation Management) | 40,000-60,000 บาท |
การจัดการโรงแรมระดับสูง (Hotel Management – Luxury Brand) | 25,000-35,000 บาท |
*Disclaimer: เงินเดือนอาจแตกต่างกันตามองค์กร ประสบการณ์ และทักษะภาษา
นอกจากนี้ สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่เลือกเรียนใน “คณะอินเตอร์” สามารถบวกเงินเดือนเพิ่มไปได้มากกว่าที่พี่กริฟฟินยกตัวอย่างมาอย่างแน่นอน เพราะ “ทักษะภาษาอังกฤษ” เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลกที่มีสาขาอยู่ในหลากหลายประเทศ
หากใครเรียนจบคณะอินเตอร์ก็สามารถการันตีได้เลยว่าพูดคุยสื่อสารกับทีมต่างประเทศได้อย่างแน่นอน หรือหากใครเคยไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศก็อาจได้คอนเนคชันดี ๆ หรือได้ประสบการณ์ในการเรียนและฝึกงานจริงที่ต่างประเทศจนทำให้มีตัวเลือกในการโกอินเตอร์ได้อีกต่อ
มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากรู้กันแล้วว่าในประเทศไทยนั้นมีมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนในสายอาชีพเงินเดือนสูงสำหรับเด็กจบใหม่บ้าง พี่กริฟฟินจึงรวบรวมเอารายชื่อของมหาวิทยาลัยและคณะอินเตอร์ที่น่าสนใจมาไว้ให้แล้ว
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะอินเตอร์สำหรับ อาชีพเงินเดือนสูง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มาเริ่มกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในหลักสูตรอินเตอร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในคณะวิชาสายเงินเดือนสูงก็มีให้เลือกเรียนอยู่ที่ 4 คณะวิชา แต่สามารถประยุกต์ไปทำงานได้อย่างหลากหลายมากกว่าแค่ 4 อาชีพ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (ISE CU+ChPe CU)
สำหรับหลักสูตรด้านวิศวกรรมของจุฬาฯ อินเตอร์ จะแบ่งเป็น 6+1 สาขา คือ 6 สาขาแรกจะอยู่ในสังกัดของ ISE CU ซึ่งจะประกอบไปด้วยวิศวกรรม 6 สาขา ดังนี้
- Automotive Design and Manufacturing Engineering (ADME-V) สาขาวิศวกรรมการออกแบบเครื่องกลการผลิต
- Aerospace Engineering (AERO) สาขาวิศวกรรมการบิน ซึ่งสามารถต่อยอดการทำงานเป็นนักบินหรือการจัดการการบินได้อีกด้วย
- Information and Communication Engineering (ICE) สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคมการสื่อสาร
- Nano-Engineering (NANO) สาขาวิศวกรรมนาโน
- Robotics and Artificial Intelligence Engineering (RAIE) สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
- Semiconductor Engineering (SEMI) สาขาวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ส่วนสาขาวิศวกรรมเคมี (ChPe CU) จะอยู่ภายใต้การดูแลของคณะวิศวกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยตรง
คณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรอินเตอร์ (BBA CU)
ในส่วนของคณะนี้สามารถต่อยอดการทำงานได้ทั้งสายการเงินและการธนาคารไปถึงถึงสายธุรกิจระหว่างประเทศและสายการตลาด เนื่องจากมีสาขาให้เลือกเรียนถึง 2 สาขา ได้แก่
- สาขาการบัญชี (Accounting)
- สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Management)
คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (EBA CU)
เน้นเรียนเจาะลึกเกี่ยวกับหลักเศรษฐศาสตร์แบบเน้น ๆ เพื่อพัฒนาให้บัณฑิตก้าวขึ้นไปเป็นแรงงานสำคัญในสายการเงินและการธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญ
คณะจิตวิทยา หลักสูตรอินเตอร์ (JIPP CU)
สำหรับด้านสายวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีตัวเลือกของ “จิตวิทยา” ให้ลงเรียน ซึ่งหลักสูตรนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นหลักสูตรร่วมที่พัฒนาควบคู่กับมหาวิทยาลัยชื่อดังในออสเตรเลีย ทำให้นิสิตทุกคนได้มีประสบการณ์เรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรอินเตอร์ครอบคลุมสายงานอาชีพสูงมากที่สุด มีตัวเลือกคณะและสาขาการเรียนดังนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อินเตอร์ (TEP-TEPE & SIIT)
ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับของจุฬาฯ ตรงที่มีการแบ่งการดูแลเป็น 2 ส่วนย่อย ได้แก่ หลักสูตรที่ดูแลโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์โดยตรง TEP-TEPE และคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ในความดูแลของ SIIT โดยทั้งคู่จะเปิดสอนสาขาวิชาที่ต่างกัน
TEP-TEPE
แบ่งออกเป็นหลักสูตรอินเตอร์ที่เรียนในไทยทั้งหมด 4 ปี (TEP) และหลักสูตรบูรณาการที่เรียนในไทย 2 ปีและเรียนที่ต่างประเทศ 2 ปี โดยจะมีสาขาต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
TEP
- หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าและข้อมูล (Electrical and Data Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมโยธาและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Civil Engineering and Real Estate Development)
- หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลและการจัดการอุตสาหกรรม (Mechanical Engineering and Industrial Management)
- หลักสูตรวิศวกรรมเคมีและการจัดการ (Chemical Engineering and Management)
TEPE
- หลักสูตรวิศวกรรมเคมี Chemical Engineering (ChE)
- หลักสูตรวิศวกรรมโยธา Civil Engineering (CE)
- หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า Electrical Engineering (EE)
- หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล Mechanical Engineering (ME)
SIIT
Sirindhorn International Institute of Technology (สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันที่เปิดสินหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ที่ก่อตั้งมาก่อนที่ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเริ่มต้นเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ จึงมีการบริหารงานแยกส่วนกัน
- หลักสูตรวิศวกรรมเคมี (Chemical Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการและการขนส่ง (Industrial Engineering and Smart Logistics)
- หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมคอม (Computer Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมดิจิทัล (Digital Engineering)
- หลักสูตรวิศวกรรมธุรกิจและการวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน (Business and Supply Chain Analytics)
คณะบริหารธุรกิจ (BBA) หลักสูตรอินเตอร์
คณะบริการธุรกิจของทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งเน้นพัฒนาบัณฑิตให้ก้าวขึ้นไปเป็นนักธุรกิจระดับโลกที่สามารถติดต่อสื่อสารกับคู่ค้านานาชาติได้ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ วางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม
คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA) หลักสูตรอินเตอร์
เรียนเจาะลึกความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจของประเทศไทยและสากลโลก เพื่อเป็นแรงงานสำคัญในสายการเงินและการธนาคารระดับชาติและระดับโลก
วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM)
สำหรับวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มีการเปิดสอนทั้งสาขาแพทย์และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ โดยสาขาด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มีดังนี้
สาขาทัศนมาตรศาสตร์ (O.D – CICM)
สาขานี้ไม่ได้เรียนจบมาเป็นจักษุแพทย์ (หมอตา) เพราะไม่ได้เรียนเนื้อหาแพทย์เข้มข้น โดยจะสามารถต่อยอดการทำงานเป็นนักทัศนมาตรที่อยู่ในโรงพยาบาล, ร้านแว่น หรือคลินิกเฉพาะทางด้านสายตา
สาขาเทคโนโลยีทรวงอก (CVS – CICM)
สาขานี้จะเน้นการศึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน พัฒนา และซ่อมบำรุงเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทรวงอก สามารถต่อยอดการทำงานเป็นนักเทคโนโลยีทรวงอก ในโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะทางด้านหัวใจและทรวงอก
มหาวิทยาลัยมหิดล
สำหรับหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยมหิดลทุกสาขาจะอยู่ในความดูแลของ MUIC ทั้งหมด ซึ่งจะมีสาขาแยกย่อยออกไปหลายสาขา โดยสาขาที่เงินเดือนสูงก็ได้แก่
สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ (BBA) เน้นการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจอย่างรอบด้าน พร้อมพัฒนาไปเป็นนักธุรกิจระดับโลกที่สามารถทำงานร่วมกับต่างชาติได้
สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) มุ่งเน้นให้บัณฑิตเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพ
สาขาวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ (Applied Mathematics) เป็นหนึ่งจุดเด่นของหลักสูตรอินเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเลย เนื่องจากสาขานี้มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่สามารถพัฒนาไปเป็น “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ที่มีความเชี่ยวชาญสูงนั่นเอง
สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) เน้นการศึกษาเกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์และข้อมูล Big Data ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการประกอบอาชีพเป็น Data Science/ Analytics นั่นเอง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์เองก็มีสาขาน่าเรียนที่จบมาแล้วเงินเดือนสูงมากมาย ดังนี้
IUP (International Undergraduate Program in Engineering)
โดยส่วนมากแล้วหลักสูตรในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะอยู่ในความดูแลของ IUP โดยจะมีหลายสาขาให้เรียน ได้แก่
- วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering)
- วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering)
- วิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering)
- วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software and Knowledge Engineering)
วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering) - วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering)
- วิศวกรรมการผลิตดิจิทัลและการบูรณาการหุ่นยนต์ (Digital Manufacturing and Robotics Integration Engineering)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์
วิศวกรรมการบินและอวกาศ – บริหารธุรกิจ เป็นหลักสูตรที่รวมเอาการบินและการบริหารมาอยู่ร่วมกัน ทำให้สามารถเลือกต่อยอดการทำงานได้ทั้งสายนักบินและพนักงานภาคพื้นสนาม รวมทั้งยังประยุกต์ความรู้ในการทำงานสายธุรกิจระหว่างประเทศได้อีกด้วย
เศรษฐศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์
มีให้เลือก 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาเศรษฐศาสตร์การประกอบการ (EEBA) และสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (BECon) สามารถนำเอาความรู้ไปประยุกต์ต่อยอดในการทำงานได้อย่างหลากหลาย ทั้งการทำงานสายธุรกิจและสายการเงิน
บริหารธุรกิจทั่วไป หลักสูตรอินเตอร์ (BBA)
มุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตที่พร้อมก้าวไปเป็นนักธุรกิจระดับโลก สามารถประยุกต์ใช้ความรู้กับการทำธุรกิจระหว่างประเทศได้
บริหารธุรกิจการตลาด หลักสูตรอินเตอร์ (KUBIM)
หลักสูตรนี้จะเน้นการเรียนรู้ด้านการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการตลาดแบบเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทำงานด้านการตลาดหรือการตลาดดิจิทัล
การจัดการการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ หลักสูตรอินเตอร์ (KITMAN)
หลักสูตรนี้จะเป็นโปรแกรมพิเศษที่เน้นการเรียนเกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยวซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ความรู้กับการทำงานสายการจัดการโรงแรมระดับสูงได้
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (ENG)
สำหรับสาขาของวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรอินเตอร์ของที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ จะมีจุดเด่นตรงที่สาขาการเรียนค่อนข้างแปลกใหม่และมุ่งเน้นผลิตวิศวกรเข้าสู่ตลอดแรงงานแบบเฉพาะเจาะจงของสายงานนั้น ๆ ได้แก่
- สาขาวิศวกรรมปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ
- วิศวกรรมด้านความปลอดภัยและการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์
- วิศวกรรมคอนเสิร์ตและมัลติมีเดีย
คณะบริการธุรกิจเพื่อสังคม หลักสูตรอินเตอร์ (BBA)
ในส่วนของคณะบริหารธุรกิจของที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ จะมุ่งไปที่การบริการธุรกิจเพื่อสังคมเป็นหลัก ซึ่งในหลักสูตรอินเตอร์จะเปิดสอนเพียงสาขาเดียว ได้แก่ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจโลก เพื่อพัฒนาให้บัณฑิตก้าวไปเป็นนักธุรกิจระดับโลก
คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (BE)
มุ่งเน้นพัฒนาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถทางเศรษฐศาสตร์เชิงลึก สามารถต่อยอดการทำงานในสายการเงินและการธนาคารได้
วิทยาลัยนานาชาติเพื่อความยั่งยืน
ทางด้านของสาขาวิชาการจัดการภาคบริหารและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainability Studies) จะอยู่ในความดูแลของทางวิทยาลัยนานาชาติเพื่อความยั่งยืน มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านการจัดการงานโรงแรมและการบริการลูกค้าโดยยึดหลักความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยในเครือเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
ถ้าพูดถึงชื่อของ “พระจอมเกล้า” ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยในฝันของน้อง ๆ สายวิศวะกันอย่างแน่นอน แต่นอกเหนือไปจากคณะ “วิศวกรรมศาสตร์” อันแสนโด่งดังแล้ว ก็ยังมีเปิดสอนในคณะอื่น ๆ ที่เป็นคณะเงินเดือนสูงอีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยในเครือเทคโนโลยีพระจอมเกล้ามีวิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย และบางวิทยาเขตอาจไม่ได้มีการสอนในหลักสูตรอินเตอร์ พี่กริฟฟินจึงจะขอยกตัวอย่างมาเฉพาะ 3 พระจอมชื่อดังเท่านั้น
สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)
มาเริ่มกันที่สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) หรือ สจล. แม้จะมีตัวเด่นอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์หลาย ๆ หลักสูตรก็ไม่ได้อยู่ในความดูแลของทาง SIIE (สถาบันวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ) โดยตรง ซึ่งก็มีคณะที่น่าสนใจดังนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์ (SIIE KMITL)
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ในความดูแลของ SIIE (School of International and Interdisciplinary Engineering) มุ่งเน้นให้บัณฑิตเติบโตไปเป็นวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถอย่างรอบด้าน สามารถประยุกต์ความรู้ในการต่อยอดการทำงานสายวิศวกรได้ทั้งหมด 12 สาขา ดังนี้
- วิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering)
- วิศวกรรมเคมี (Chemical Engineering)
- วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering)
- วิศวกรรมนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Innovation Engineering)
- วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering)
- วิศวกรรมการจัดการและผู้ประกอบการ (Engineering Management and Entrepreneurship)
- วิศวกรรมพลังงาน (Energy Engineering)
- วิศวกรรมการเงิน (Financial Engineering)
- วิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์ (Industrial Engineering & Logistics Management)
- วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering)
- วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics & AI Engineering)
- วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering)
วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบิน หลักสูตรอินเตอร์ (IAAI KMITL)
สาขาการบินของสจล. มีทั้งหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ที่ส่งเสริมให้บัณฑิตเป็นนักบินโดยตรง และหลักสูตรโลจิสติกส์สำหรับการทำงานในภาคพื้นสถานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขนส่งทางเครื่องบินมีอยู่ด้วยกัน 2 หลักสูตร
- วิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ (Aeronautical Engineering and Commercial Pilot)
- การจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Management)
บริหารธุรกิจ หลักสูตรอินเตอร์ (BBA KMITL)
หลักสูตรบริหารธุรกิจอินเตอร์ของสจล. มีตัวเลือกหลักสูตรด้วยกัน 2 หลักสูตร โดยจะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตไปเป็นนักธุรกิจและผู้ประกอบการระดับโลก
- บริหารธุรกิจ อินเตอร์ (BBA International Program)
- บริหารธุรกิจ อินเตอร์ สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการระดับโลก (BBA GE – Global Entrepreneurship)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ในส่วนของพระจอมเกล้าธนบุรีฯ หลักสูตรอินเตอร์ จะเน้นไปที่การเรียนการสอนในสายวิศวกรรมศาสตร์เป็นหลัก ส่วนอีกสาขาหนึ่งที่น่าสนใจก็ได้แก่วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์
ทางด้านของวิศวกรรมศาสตร์จะประกอบไปด้วย 6 สาขาวิชา ที่สามารถต่อยอดประยุกต์ความรู้ในการพัฒนาไปเป็นวิศวกรระดับโลกได้ตามสาขาที่เลือกเรียน ดังนี้
- วิศวกรรมอัตโนมัติ (Automation Engineering)
- วิศวกรรมเคมี (Chemical Engineering)
- วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering)
- วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering)
- วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering)
- วิศวกรรมไฟฟ้าและการสื่อสารโทรคมนาคม (Electronic & Telecommunication Engineering)
คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์
สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) เป็นสาขาที่มุ่งเน้นให้บัณฑิตมีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และข้อมูล Big Data เพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพในสาย Data Science/ Analytics
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB)
ปิดท้ายด้วยมจพ. หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) มีหลักสูตรนานาชาติให้เลือกเรียน 3 รูปแบบ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์, ธุรกิจ และการบิน ดังนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ อินเตอร์ (CIEP – Center of Engineering Program)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมจพ. แม้จะมีตัวเลือกหลักสูตรน้อยกว่ามหาวิทยาลัยในเครือเขตอื่น ๆ แต่ก็มุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตที่สามารถเติบโตไปเป็นวิศวกรชั้นนำเช่นเดียวกัน แบ่งออกเป็น 5 สาขา ดังนี้
- วิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering)
- วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering)
- วิศวกรรมวัสดุเชิงนวัตกรรม (Innovative Materials Engineering)
- วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering)
- วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics Engineering and Automation Systems)
การค้าระหว่างประเทศและธุรกิจโลจิสติกส์ อินเตอร์ (B.B.A. International Trade and Business Logistics)
สาขาที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับการทำธุรกิจระหว่างประเทศในทุก ๆ แง่มุม ผู้เรียนจะได้ศึกษาทั้งหลักแนวคิดทางธุรกิจและการนำเข้า-ส่งออก เพื่อนำเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานสายธุรกิจระหว่างประเทศได้
การจัดการธุรกิจการบินและการบริการในยุคดิจิทัล (B.B.A. Aviation Business Management and Service in Digital Age)
สาขาการจัดการการบินสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำงานเป็นนักบินหรืองานที่เกี่ยวข้องกับวิศวะการบิน แต่มุ่งไปที่การจัดการการบินโดยเฉพาะ
มหาวิทยาลัยศิลปากร (SUIC)
ทางด้านของหลักสูตรอินเตอร์ในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทุกหลักสูตรจะอยู่ในความดูแลของ SUIC (Silpakorn University International College) โดยจะมีหลักสูตรที่น่าสนใจอยู่ 3 หลักสูตร ดังนี้
สาขาการบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี (B.B.A. in Business and Technology)
มุ่งเน้นให้บัณฑิตมีความรู้ทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจควบคู่ไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของเทคโนโลยีให้เท่าทันกันอยู่เสมอ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานธุรกิจระหว่างประเทศหรือการตลาดและการตลาดดิจิทัลได้
สาขาการจัดการแบรนด์ระดับสูง (B.B.A. in Luxury Brand Management)
เป็นสาขาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนเกี่ยวกับการจัดการดูแลแบรนด์สินค้าระดับ Luxury โดยผู้เรียนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับหลักการบริหารจัดการของแบรนด์หรูที่มีความแตกต่างจากแบรนด์ทั่ว ๆ ไปทั้งในด้านของความใส่ใจคุณภาพและการบริการอย่างไร้ที่ติ สามารถต่อยอดการพัฒนาแบรนด์สินค้าของตัวเอง หรือประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานธุรกิจระหว่างประเทศหรือการตลาดและการตลาดดิจิทัลได้
สาขาการจัดการโรงแรม (B.B.A. in Hotel Management)
ผู้เรียนจะได้ศึกษาหลักการจัดการโรงแรมกับโรงแรมระดับโลกผ่านการฝึกประสบการณ์จริงเพื่อพัฒนาไปเป็นบุคลากรในสายงานการโรงแรมระดับสูงเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าได้
เตรียมตัวอย่างไรให้สอบติดคณะอินเตอร์ และเป็น First Jobber ที่ได้เงินเดือนสูง
คะแนนสอบที่ต้องใช้สำหรับคณะอินเตอร์
มาถึงตรงนี้ น้อง ๆ คนไหนมีอาชีพและคณะในดวงใจกันบ้างแล้วก็อย่าลืมวางแผนเตรียมตัวสอบเข้าตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อต่อยอดให้ความฝันเป็นจริง โดยหัวใจหลักของการเตรียมตัวการสอบเข้าคณะอินเตอร์ได้แก่ “ภาษาอังกฤษ” เช่น IELTS, SAT, TOEFL เพราะเป็นคะแนนที่ทุกคณะวิชาจะเรียกขอใน Requirement ก่อนสมัครเรียน ส่วนคะแนนสอบอื่น ๆ เช่น ACT, CU-ATS, TU-GET และคะแนนเฉพาะทางจะขึ้นอยู่กับคณะที่น้อง ๆ เลือกสมัครเรียน โดยที่ในแต่ละปีก็อาจมีเกณฑ์การรับสมัครที่แตกต่างกันออกไป หากต้องการสมัครเรียนในคณะไหนก็อย่าลืมเข้าไปดู Update ล่าสุดจากเว็บไซต์ของคณะที่สนใจ เพื่อที่จะได้วางแผนเตรียมสอบและนำเอาคะแนนไปยื่นสมัครเรียนได้
ติวเข้าคณะอินเตอร์กับ House of Griffin
ส่วนใครที่ต้องการผู้ช่วยในการติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลักสูตรอินเตอร์ สามารถทักมาปรึกษาพี่กริฟฟินเรื่องการติวสอบได้เลย เพราะที่ House of Griffin มีคอร์สติวสอบเข้าคณะอินเตอร์แบบครบวงจร ทั้งคอร์สติวภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์ ไปจนถึงความถนัดแพทย์ต่าง ๆ หรือหากใครที่ไม่ได้เรียนในระบบปกติและอยากเอาวุฒิ GED/ IGCSE/ A-Level ไปยื่นเข้าเรียนต่อก็สามารถสอบถามเข้ามาได้เช่นเดียวกัน

