
สรุปสั้น: ข้อสอบ GED วิชาไหนยากสุด ?
โดยทั่วไปแล้วเด็กไทยส่วนมากจะมองว่าข้อสอบ GED RLA ท้าทายที่สุด เนื่องจากมีความกำกวมของตัวเลือกคำตอบค่อนข้างสูง รองลงมาเป็น Math ที่อาจเป็นปัญหาสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่ชอบการคำนวณ ถัดมาเป็น Science ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ส่วน Social Studies จะมีความท้าทายตรงที่เนื้อหาการสอบเป็นบริบทสังคมของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ หากเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก็ไม่ต้องกลัวว่าจะทำสอบไม่ได้แต่อย่างใด
- เตรียมสอบ GED Reasoning Through Language Arts — ยากตรงไหน ถ้าไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
- เตรียมสอบ GED Mathematical Reasoning — วิชาที่เด็กไทยกลัวที่สุด
- เตรียมสอบ GED Science — ยากเพราะต้องคิด ไม่ใช่แค่จำ
- Social Studies — วิชาที่ง่ายที่สุดใน GED จริงไหม ?
- ตารางเทียบความยากข้อสอบ GED ทั้ง 4 วิชาตามความเห็นโดยรวมของผู้สอบ
- ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน วางลำดับยังไงให้ผ่านครบ
- เตรียมสอบ GED กับ House of Griffin — ติวครบทุกวิชาจบในที่เดียว
ถ้าใครมีความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ GED เพราะไม่รู้ว่า GED วิชาไหนยากสุด และกลัวว่าจะสอบไม่ผ่าน พี่กริฟฟินก็ขอแนะนำให้อ่านบทความนี้และทำความเข้าใจกับข้อสอบ GED ในแต่ละรายวิชาให้ละเอียดพร้อมศึกษาวิธีรับมือเพื่อช่วยให้น้อง ๆ ได้เตรียมสอบอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
เตรียมสอบ GED Reasoning Through Language Arts — ยากตรงไหน ถ้าไม่ถนัดภาษาอังกฤษ
ประเดิมวิชาแรกกันด้วย RLA หรือข้อสอบรายวิชาภาษาอังกฤษที่เน้นวัดทักษะด้านการอ่านจับใจความ, การใช้งานเหตุผล, วิเคราะห์เนื้อหา และการใช้งานไวยากรณ์อย่างถูกต้อง โดยมีข้อสอบ Reading ที่ให้อ่าน Passage และตอบคำถามจำนวน 45 ข้อ และข้อสอบ Writing ที่ต้องเขียน Essay วิเคราะห์โจทย์อีก 1 ข้อ รวมเวลาสอบ 150 นาที
ความยากของ GED RLA
คือบทความในโจทย์บางข้ออาจมีศัพท์เฉพาะทางที่ไม่คุ้นเคย ทำให้อาจตีความคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเป็น และในพาร์ตของการเขียน Essay ที่เป็นจุดอ่อนของเด็กไทยหลาย ๆ คน
วิธีรับมือกับข้อสอบ GED RLA
ขยายคลังศัพท์ของเราให้กว้างขึ้น หรือหากเจอคำที่ไม่รู้จักขึ้นมาจริง ๆ ก็ลองดูบริบทแวดล้อมของคำศัพท์และเดาความหมายที่เชื่อมโยงกับคำถามและคำตอบที่ระบุเอาไว้ ส่วนด้านของการเขียนในข้อสอบ GED จะเน้นการยกเนื้อหาที่โจทย์ระบุมาเขียนเปรียบเทียบพร้อมยกเหตุผลประกอบ ไม่เน้นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้สอบมากนัก
นอกจากนี้ยังควรระวังเรื่องการบริหารเวลาในการทำสอบ เนื่องจากโจทย์มีความยาวค่อนข้างมาก จึงแนะนำให้อ่านคำถามก่อนเริ่มอ่าน Passage เพื่อดูว่าเราจะต้องหาข้อมูลอะไรเพื่อนำไปตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว และต้องระวังเรื่องโจทย์ถามหลอกหรือการให้ข้อมูลหลอกในบทความด้วย จึงควรมีความรอบคอบในการอ่านและเลือกตอบข้อที่ถูกต้องที่สุด
เตรียมสอบ GED Mathematical Reasoning — วิชาที่เด็กไทยกลัวที่สุด
หนึ่งในวิชาที่เด็กไทยกังวลเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือวิชาคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ชื่นชอบการคิดคำนวณ รวมถึงยังต้องตีความโจทย์ปัญหาที่มีความยาวและซับซ้อน แต่ตัวคำถามไม่ได้ท้าทายจนเกินไป เพราะระดับความยากของโจทย์จะอยู่ที่ระดับคณิตศาสตร์ม.ปลายในหัวข้อเกี่ยวกับพีชคณิต, ฟังก์ชันและกราฟ, ร้อยละ, อัตราส่วน, ความน่าจะเป็น และเรขาคณิต แบ่งข้อสอบออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลขได้ 41 ข้อ และส่วนที่ไม่อนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลขอีก 5 ข้อ รวมเวลาสอบ 115 นาที
ความยากของ GED Math
การที่ผู้สอบจะต้องตีความโจทย์ปัญหา บางข้ออาจมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องพลิกแพลงการใช้งานสูตรต่าง ๆ ในการคำนวณ รวมทั้งมีคำถามส่วนที่ไม่อนุญาตให้ใช้งานเครื่องคิดเลขที่อาจทำให้หลายคนกังวลว่าจะเสียคะแนนไป
วิธีรับมือกับข้อสอบ GED Math
การทบทวนเนื้อหาคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมปลายควบคู่ไปกับการทดลองทำข้อสอบเก่าเพื่อดูว่าโจทย์ปัญหาส่วนใหญ่ถามเรื่องอะไร เน้นการใช้คำศัพท์ประเภทไหน เพื่อที่จะทำความเข้าใจโจทย์และเลือกคำตอบที่ถูกต้องได้
ไม่เพียงเท่านั้น การสอบ GED Math ยังมี Formula Sheet รวมสูตรที่จำเป็นในการคำนวณเอาไว้ให้เรียกใช้งานได้ทุกเวลา ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งท่องจำสูตรเพื่อไปสอบ แต่สูตรที่แจกให้จะมีเฉพาะสูตรพื้นฐานเท่านั้น น้อง ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องรู้หลักการพลิกแพลงและประยุกต์สูตรเพื่อใช้งานจริงร่วมด้วย
เตรียมสอบ GED Science — ยากเพราะต้องคิด ไม่ใช่แค่จำ
ถัดมาเป็นด้านของวิชาวิทยาศาสตร์กันบ้าง ข้อสอบวิชานี้จะวัดทักษะกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ตัวโจทย์จะเน้นไปที่การตั้งสมมติฐานและอนุมานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ มากกว่าการท่องจำข้อมูลจำเพาะทางวิทยาศาสตร์ในด้านของฟิสิกส์, ชีววิทยา, โลกและอวกาศ มีจำนวนข้อสอบอยู่ที่ 36-40 ข้อ (ขึ้นอยู่กับชุดข้อสอบที่ได้รับ) กำหนดเวลาสอบ 90 นาที
ความยากของ GED Science
การอนุมานผลการทดลองที่มีการกำหนดตัวแปรต้น, ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมที่ซับซ้อน รวมทั้งมีคำถามที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟ ตาราง และผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้สอบต้องตีความข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเลือกคำตอบ
วิธีรับมือกับข้อสอบ GED Science
ต้องดู Pattern ของคำถามจากข้อสอบเก่าหลาย ๆ ชุด นำเอามาเทียบกันและศึกษาลักษณะข้อสอบที่มักออกบ่อย รวมถึงอ่านทวนโจทย์ซ้ำเพื่อความมั่นใจก่อนตอบ และสามารถใช้เครื่องมือช่วยในการตัดคำหรือประโยคจากโจทย์มาแปะในกระดาษคำตอบและเขียนขยายความจากจุดนั้นได้ ทำให้ช่วยประหยัดเวลาไปได้ส่วนหนึ่ง
ส่วนในข้อคำถามที่มีการคำนวณ โจทย์จะไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนกับวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับคำถามที่มีการคำนวณ ผู้สอบสามารถใช้งานเครื่องคิดเลขบนหน้าจอที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้ได้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับการคำนวณที่ซับซ้อนมากนัก และไม่ต้องจำสูตรแต่อย่างใด
Social Studies — วิชาที่ง่ายที่สุดใน GED จริงไหม ?
วิชาสุดท้ายอย่างสังคมศึกษา ที่หลายคนมองว่าเป็นหนึ่งในวิชาที่ทำคะแนนได้ไม่ยากนัก แต่ระดับความยากจริงยังขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษาอังกฤษและความคุ้นเคยกับเนื้อหาสังคมศาสตร์ของแต่ละคน แต่ความท้าทายอยู่ที่เนื้อหาการสอบ เนื่องจาก GED เป็นข้อสอบจากอเมริกา ทำให้เนื้อหาด้าน “สังคมศึกษา” ที่ออกสอบเป็นของสหรัฐอเมริกาตามไปด้วย แต่ตัวข้อสอบจะมี Passage ให้อ่านและตอบคำถาม ไม่ได้เป็นข้อคำถามแบบให้ท่องจำเนื้อหา มีจำนวนข้อสอบอยู่ที่ 48-50 ข้อ (ขึ้นอยู่กับชุดข้อสอบ) กำหนดเวลาการสอบ 70 นาที
ความยากของ GED Social Studies
ข้อสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง และประวัติศาสตร์ เนื่องจากเด็กไทยจะไม่คุ้นกับระบบการเมืองและประวัติศาสตร์ของอเมริกา รวมทั้งมีคำศัพท์เฉพาะหลายอย่างที่ไม่คุ้นเคยและไม่ได้พบเห็นบ่อยในชีวิตประจำวัน
วิธีรับมือกับข้อสอบ GED Social Studies
ศึกษาคำศัพท์เชิงสังคมศาสตร์ และอ่านข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาตามหัวข้อการสอบเพื่อทำความเข้าใจภาพรวม ไม่จำเป็นต้องท่องจำเนื้อหาทั้งหมด รวมถึงลองศึกษาข้อสอบชุดเก่า ๆ เพื่อดูลักษณะข้อคำถามที่อาจพบเจอได้ในการสอบ
ตารางเทียบความยากข้อสอบ GED ทั้ง 4 วิชาตามความเห็นโดยรวมของผู้สอบ
หลังจากดูรายละเอียดของแต่ละรายวิชาแล้ว หลายคนอาจเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่าข้อสอบ GED วิชาไหนยากสุด สำหรับตนเอง เพราะจุดท้าทายของแต่ละวิชานั้นแตกต่างกันออกไป
| วิชา | จำนวนข้อ | เวลาสอบ | ระดับความยาก |
| GED RLA | 46 | 150 | ยากที่สุด |
| GED Math | 46 | 115 | ยาก |
| GED Science | 36-40 | 90 | ปานกลาง |
| GED Social Studies | 48-50 | 70 | ง่าย |
ควรสอบ GED วิชาไหนก่อน วางลำดับยังไงให้ผ่านครบ
ใครที่กังวลว่าสอบ GED จะยากจนเกินไปและกลัวจะสอบไม่ผ่านก็สามารถแบ่งสอบวันละวิชาได้ เนื่องจากข้อสอบ GED ไม่ได้บังคับว่าจะต้องสอบทีเดียวครบทุกรายวิชานั่นเอง นอกจากนี้ ระยะเวลาการสอบในแต่ละรายวิชาก็ค่อนข้างนาน หากสอบครบทุกวิชาในวันเดียวอาจทำให้สมองล้าเกินไปได้นั่นเอง
กลยุทธ์เรียงลำดับสอบสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น
สำหรับคนที่ลงสอบรอบแรก พี่กริฟฟินอยากแนะนำให้ลงสมัครสอบในรายวิชาที่มั่นใจมากที่สุดก่อน เพื่อที่ผลคะแนนออกมาแล้วจะได้มีกำลังใจในการสอบวิชาถัด ๆ ไป แต่ถ้าไม่รู้จะเรียงลำดับยังไง ก็สามารถเรียงลำดับจากวิชาที่ใช้เวลาการสอบน้อยสุดเรียงมามากสุด หรือสลับสอบวันละ 2 วิชา เช่น GED RLA คู่กับ Social Studies และ Math คู่กับ Science เนื่องจากเป็นวิชาที่มีความคล้ายคลึงกันนั่นเอง
GED สอบได้กี่วิชาต่อวัน และควรเว้นระยะห่างระหว่างวิชาไหม
สามารถลงสอบทุกรายวิชาในวันเดียวได้ แต่จะใช้เวลาการสอบยาวนานจนอาจทำให้โฟกัสกับการสอบแต่ละวิชาได้ไม่เต็มที่และมีผลต่อคะแนน พี่กริฟฟินจึงแนะนำให้ลงสอบแยกวันเพื่อที่จะได้โฟกัสกับข้อสอบทุกวิชาได้อย่างเต็มที่ จากนั้นเว้นระยะห่าง 3-7 วันก่อนสอบวิชาอื่นเพื่อที่จะได้มีเวลาในการเตรียมตัวสอบวิชาอื่นได้อย่างเต็มที่
ถ้าเวลาจำกัด โฟกัสวิชาไหนก่อนเพื่อ GPA รวมดีที่สุด
เป็นไปได้พี่กริฟฟินอยากให้น้อง ๆ โฟกัสกับการสอบทุกรายวิชา เนื่องจากคะแนนผ่านเกณฑ์ของ GED จะอยู่ที่ 145 คะแนน และหากมีวิชาใดวิชาหนึ่งได้คะแนนต่ำกว่า 145 ระบบก็จะถือว่ายังไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำและไม่สามารถขอใบรับรองวุฒิ GED ได้ แต่ถ้าใครอยากแปลงคะแนน GED เป็น GPA ออกมาให้เกรดสวย ก็ขอแนะนำให้ทำคะแนนแต่ละวิชาให้ได้สูงกว่า 165 คะแนนขึ้นไป เพื่อที่จะได้คิดคะแนนออกมาแล้วได้เกรดมากกว่า 3.00 โดยอาจโฟกัสไปที่วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มีคำตอบตายตัวชัดเจนก่อนเพราะหากเข้าใจวิธีคิดคำนวณและหลักการทางวิทยาศาสตร์ก็สามารถคว้าคะแนนสูง ๆ มาได้ไม่ยาก
เตรียมสอบ GED กับ House of Griffin — ติวครบทุกวิชาจบในที่เดียว
ทางลัดสำหรับน้อง ๆ ที่มีเวลาเตรียมตัวสอบจำกัด แต่ต้องการเพิ่มโอกาสทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ในครั้งเดียว สามารถทักมาปรึกษาคอร์สติว GED กับทีมงาน House of Griffin ได้เลย เรามีทีมครูผู้เชี่ยวชาญด้านการติวสอบที่ผ่านการรับรองจาก GED Official พร้อมช่วยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และวางแผนการเรียนให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ว่าจะกังวลเรื่อง GED RLA, Math, Science หรือ Social Studies ก็สามารถเตรียมตัวได้อย่างตรงจุด ติวเข้มทุกวิชา พร้อมแชร์เทคนิคการทำข้อสอบและการบริหารเวลา เพื่อช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วข้อสอบ GED วิชาไหนยากสุดสำหรับตนเอง และควรวางแผนอ่านหนังสืออย่างไรให้เหมาะกับจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละวิชา
