Skip to content

เขียน Personal Statement ยื่นคณะอินเตอร์ ยังไงให้ได้ Offer จากมหาวิทยาลัย

Personal Statement ยื่นคณะอินเตอร์

สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยในคณะอินเตอร์ หรือเตรียมตัวยื่นเรียนต่อต่างประเทศ และกำลังศึกษาเกี่ยวกับเกณฑ์การรับสมัครของแต่ละหลักสูตรแล้วเจอว่าจะต้องยื่น Personal Statement แนบไปพร้อมกับการสมัครเรียนแต่ยังไม่ทราบว่าคืออะไร แตกต่างจาก SOP (Statement of Purpose) ยังไง และจะเขียนออกมายังไงให้ได้ Offer จากมหาวิทยาลัย วันนี้พี่กริฟฟินจะมาแนะนำให้รู้จักกันแบบเจาะลึก ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย

Personal Statement คืออะไร

Personal Statement คือเอกสาร หรือ จดหมายแนะนำตัว สำหรับการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่จะทำให้คณะกรรมการรู้จักตัวตนของเรามากขึ้นและพิจารณาเลือกผู้สมัครที่มีความเหมาะสมกับคณะและหลักสูตรนั้น ๆ เข้าเรียน ดังนั้นในจดหมายแนะนำตัวจึงควรที่จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวที่บอกถึงตัวตน, ทัศนคติ และประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราให้มีความน่าสนใจ สะท้อนถึงความเหมาะสมของผู้สมัครกับหลักสูตรที่เลือกเรียนและแสดงถึงความพร้อมในการเรียนรู้

Personal Statement กับ SOP (Statement of Purpose) ต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นจดหมายแนะนำตัวเองเพื่อยื่นสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่เนื้อหาภายในจะมีความแตกต่างกัน โดย SOP (Statement of Purpose) จะมุ่งเน้นไปที่การบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการเรียน, กิจกรรมนอกห้องเรียนเชิงวิชาการ และเป้าหมายในการเรียนหลักสูตรนั้น ๆ (เน้นเรื่อง Academic Goal เป็นหลัก) แต่ Personal Statement จะเน้นไปที่การแนะนำตัว ประสบการณ์ส่วนตัว แรงบันดาลใจ และความสนใจของผู้สมัครที่มีต่อหลักสูตรที่สมัครเรียน (เน้นเรื่อง Passion และความพร้อมในการเรียนรู้เป็นหลัก)

ทางมหาวิทยาลัยจะกำหนดให้ผู้สมัครยื่น Personal Statement หรือ SOP (อย่างใดอย่างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับหลักสูตร) เพื่อนำเอามาใช้พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเรียนที่มีความเหมาะสมกับคณะและสาขานั้น ๆ ในกรณีที่คะแนนส่วนอื่น ๆ เช่น คะแนนภาษาอังกฤษ หรือคะแนนความถนัดในรายวิชาอื่นมีความใกล้เคียงกัน ก็จะนำเอาจดหมายแนะนำตัวมาพิจารณาว่าผู้สมัครคนไหนสามารถเขียนแนะนำตัวเองได้โดนใจกรรมการมากกว่าก็จะได้ Offer การเรียนไปครองนั่นเอง

5 ส่วนสำคัญของ Personal Statement เขียนยังไงให้ได้ Offer

ถ้าใครที่กำลังกังวลว่าจะเริ่มเขียน Personal Statement ยังไงดีและไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน หรือเรียงลำดับการเขียนไม่ถูกก็ไม่ต้องกังวลไป หากน้อง ๆ เคยเขียนเรียงความหรือ Essay ภาษาอังกฤษมาก่อนก็สามารถนำเอาหลักการเขียน Essay มาปรับใช้ได้เลย เริ่มต้นจากการเขียนบทนำ (Introduction) ต่อด้วยส่วนของเนื้อหา (Body) และสรุปปิดท้าย (Conclusion) โดยยึดโครงสร้างการเขียนจดหมายแนะนำตัวจาก 5 ส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้

Opening Hook จับความสนใจตั้งแต่ประโยคแรก

เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ในช่วงแรกของจดหมายแนะนำ หลายคนอาจเลือกที่จะเริ่มด้วยการแนะนำตัวเองด้วยการบอกชื่อ (My name is…) แต่จริง ๆ แล้วไม่ควรเริ่มด้วยการแนะนำตัวด้วยชื่อ เพราะในเอกสารอื่น ๆ ที่แนบไปพร้อมกับการสมัครเรียนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อของเราอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงในส่วนนี้ ให้เลือกเปิดประโยคแรกด้วยการกล่าวถึงสิ่งที่จุดประกายความสนใจในการเรียนคณะดังกล่าว

เช่น เล่าถึงการได้ทดลองวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในห้องเรียน (อธิบายการทดลอง) และรู้สึกตื่นเต้นกับการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจึงรู้สึกสนใจเกี่ยวกับเคมีนับตั้งแต่ตอนนั้น แทนที่จะบอกว่าอยากเรียนต่อเคมีเพราะเป็นสาขาที่น่าสนใจ

Background & Motivation ที่มาและแรงบันดาลใจ

เขียนเชื่อมโยงถึงสิ่งที่จุดประกายความสนใจในคณะวิชาหรือสาขาดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแบบมีที่มาที่ไป โดยอาจสอดแทรกการเล่าถึงการหาข้อมูลเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนหลักสูตรนี้ที่นี่เข้าไปด้วยเพื่อให้คณะกรรมการเห็นว่าน้อง ๆ มีการทำการบ้านเกี่ยวกับคณะที่ต้องการจะเรียนต่อ และเห็นถึงความตั้งใจที่เลือกจะสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยนี้ แทนที่จะเลือกยื่นสมัครเรียนที่อื่น

เช่น เขียนขยายความต่อจากเดิมว่าหลังจากที่รู้ตัวเองว่าชื่นชอบการทดลองทางเคมีก็ตั้งใจเรียนวิทยาศาสตร์และทำคะแนนได้ดีมาตลอด รวมทั้งเลือกเรียนต่อในสายวิทย์เพราะอยากเรียนเคมีเพิ่มเติมแบบเจาะลึก และในอนาคตก็อยากที่จะต่อยอดการเรียนเคมีให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับหลักสูตร A ในมหาวิทยาลัย B ที่มีความโดดเด่นทางด้านนี้จนได้รับรางวัลหลักสูตรดีเด่น หรือมีวิชา (ชื่อรายวิชา) ที่สนใจอยากเรียนเป็นพิเศษ

Relevant Experiences ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง

สอดแทรกประสบการณ์อื่น ๆ นอกห้องเรียนที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยเลือกกิจกรรมหรือโครงการที่เคยทำและเข้าร่วมที่แสดงให้เห็นถึงทักษะด้านอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับด้านวิชาการแต่มีความสำคัญจำเป็นต่อการเรียนต่อในคณะ/สาขานี้ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

เช่น เล่าว่าเคยเข้าร่วมค่ายเคมีของโครงการ C และในระหว่างการเข้าค่ายก็ได้ร่วมมือกับคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในการทำกิจกรรมร่วมกันในค่ายให้ออกมาสำเร็จแม้จะมีอุปสรรคระหว่างทางบ้างเล็กน้อย (ทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น, ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)

Skills & Achievements ทักษะและความสำเร็จ

เขียนบอกเล่าเกี่ยวกับความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีตที่ทำให้เราน่าสนใจกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ หรือพูดถึงทักษะที่โดดเด่นของเรา

เช่น เล่าถึงโครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของตัวเองที่ได้รับรางวัลโครงการดีเด่นและได้โชว์ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ของโรงเรียน

Future Goals เป้าหมายหลังเรียนจบ

สรุปปิดท้ายด้วยการโน้มน้าวให้กรรมการเห็นว่าเรามีความตั้งใจจริงที่จะเรียนต่อในหลักสูตรนี้ และมีเป้าหมายในการเรียนเพื่ออะไร โดยไม่จำเป็นต้องเจาะจงอาชีพในอนาคต แต่อาจพูดถึงเป้าหมายใหญ่ ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยาน (Ambition) ของเรา

เช่น เชื่อว่าการเรียนที่คณะนี้จะช่วยเติมเต็มความฝันในอนาคตที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยทางเคมีเพื่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในอนาคต

สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ (Do’s and Don’ts) ในการเขียน Personal Statement

สิ่งที่ควรทำ

สิ่งที่ไม่ควรทำ

ศึกษา Requirement ให้ละเอียด ดูกำหนดจำนวนคำให้ชัดเจนและเขียนให้ไม่ขาดหรือเกินจำนวนที่กำหนด

เขียนมากหรือเขียนน้อยกว่า Word Count ที่คณะกำหนด

เขียนประสบการณ์ตรงของตัวเองเท่านั้น

คัดลอก Template มาปรับใหม่

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและอธิบายให้ชัดเจนว่าทำไมถึงอยากเรียนต่อที่นี่

อธิบายแบบภาพกว้าง ๆ เช่น คณะนี้น่าสนใจ

อธิบายสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่เคยได้รับ

เขียนสิ่งที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับหลักสูตรที่เรียน หรือเขียนโอ้อวดเกินจริง

ตรวจทานข้อมูลก่อนส่ง เช็กคำผิดและแก้ไขให้เรียบร้อย

รีบส่งโดยที่ไม่ตรวจทานให้ดี

 

ตัวอย่าง Personal Statement สำหรับยื่นคณะอินเตอร์

Personal Statement

 

จากตัวอย่างด้านบนที่พี่กริฟฟินแนบไว้ น้อง ๆ จะเห็นได้ว่าเป็นการเขียนจดหมายแนะนำตัวของการเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีการเรียบเรียงและเขียนอธิบายออกมาได้เห็นภาพชัดเจนและครบถ้วน เริ่มต้นจากการพูดถึงสิ่งที่อยากเรียนต่อพร้อมอธิบายถึงสิ่งที่จุดประกายให้สนใจในหลักสูตรนี้ ตามด้วยการกล่าวถึงประวัติการศึกษาที่เน้นการพูดถึงรายวิชาที่เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนต่อในหลักสูตรที่สมัครเรียน เสริมด้วยประสบการณ์ในและนอกห้องเรียนที่สะท้อนถึงทักษะที่จำเป็นในการเรียนต่อและความสำเร็จที่ผ่าน ๆ มา จากนั้นกล่าวถึงคณะและสาขาที่ต้องการเรียนโดยหยิบยกรายวิชาที่สนใจเรียนต่อมาเสริมให้เห็นว่ามีการทำการบ้านเกี่ยวกับรายวิชาการเรียนของหลักสูตรนั้น ๆ มาในระดับหนึ่ง และปิดท้ายด้วยเป้าหมายในการเรียน

เตรียมความพร้อมก่อนเขียน Personal Statement กับ House of Griffin

ก่อนจะเริ่มต้นเขียน Personal Statement ได้นั้น น้อง ๆ จะต้องมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง เพื่อที่จะได้เรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวเขียนออกมาได้อย่างตรงประเด็นและทำให้จดหมายแนะนำตัวของเรามีความโดดเด่นจนเข้าตาคณะกรรมการและได้ Offer จากคณะในฝัน นอกจากนี้ การเรียนในคณะอินเตอร์ยังต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนตลอดหลักสูตร หากยังไม่แม่นภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะกับเรื่องการเขียน (Writing) ก็อาจติดปัญหาเรื่องการเขียน Assignments ส่งอาจารย์ได้ในอนาคต

ดังนั้นหากใครยังไม่มั่นใจในทักษะด้านการเขียนภาษาอังกฤษของตัวเอง และอยากพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอื่น ๆ ไปพร้อมกันเพื่อที่จะได้ทำคะแนนสอบภาษาอังกฤษได้สูง ๆ จนเอาคะแนนสอบไปยื่นสมัครเรียนต่อได้ และสามารถเขียนจดหมายแนะนำตัวได้อย่างลื่นไหล ก็สามารถทักมาปรึกษากับทีมงาน House of Griffin เรื่องคอร์สติว IELTS, SAT หรือ TOEFL พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับการเขียน Personal Statement กันได้เลย

Share this article
ไว้อาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง