
- ข้อสอบ IELTS Speaking Part 2 คืออะไร
- เกณฑ์การให้คะแนน IELTS Speaking Part 2
- 20 หัวข้อที่ออกบ่อยในข้อสอบ IELTS Speaking Part 2
- เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ IELTS Speaking Part 2 ภายใน 1 นาที
- เทคนิคการจัดการเวลา 2 นาทีในการสอบ IELTS Speaking Part 2
- ตัวอย่างการตอบ IELTS Speaking Part 2 ให้ได้คะแนนสูง ๆ
- ฝึกตอบคำถาม IELTS Speaking Part 2 แบบจับเวลา
- เตรียมสอบ IELTS Speaking กับผู้เชี่ยวชาญ House of Griffin
ใครกำลังเตรียมตัวจะไปสอบ IELTS แต่ยังกังวลกับการสอบในพาร์ต Speaking โดยเฉพาะกับ IELTS Speaking Part 2 ที่มีเวลาการสอบน้อยที่สุดในข้อสอบ IELTS ทั้งหมดแล้วก็ห้ามพลาดบทความนี้เลย เพราะพี่กริฟฟินจะมาแนะนำเกี่ยวกับการสอบในพาร์ตนี้กันแบบเจาะลึก พร้อมแชร์ 20 หัวข้อที่ออกสอบบ่อยให้น้อง ๆ ลองไปเตรียมตัวสอบ และแจกเทคนิคการจัดการเวลาขณะอยู่ในห้องสอบ เพื่อให้สามารถสอบ IELTS Speaking ผ่านไปได้อย่างไร้กังวล
ข้อสอบ IELTS Speaking Part 2 คืออะไร
ข้อสอบ IELTS Speaking Part 2 คือ ข้อสอบวัดความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษซึ่งเป็นด่านที่ 2 ของข้อสอบ IELTS Speaking โดยข้อสอบในพาร์ตนี้จะมีการแจกบัตรคำถาม (Card) ให้กับผู้เข้าสอบ ซึ่งภายในบัตรก็จะมีโจทย์คำถามพร้อมหัวข้อย่อยเป็นไกด์ให้ผู้สอบ (ประมาณ 3-4 บรรทัด) พร้อมทั้งมีกระดาษโน้ตและดินสอ/ ปากกาแจกให้เพื่อให้ผู้สอบทำการจดบันทึกในกรณีที่ต้องการใช้ เมื่อได้รับบัตรคำถามแล้วผู้สอบจะต้องอ่านหัวข้อและเตรียมตัวพูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับมา
การสอบในพาร์ตนี้มีเวลาเฉลี่ยรวมอยู่ที่ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น เพราะเมื่อได้รับบัตรคำถามเป็นที่เรียบร้อย ผู้สอบจะมีเวลาการคิดสิ่งที่จะพูดและจดบันทึกก่อนเริ่มสอบเพียง 1 นาที จากนั้นจะต้องเริ่มพูดบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับมาเป็นเวลา 2 นาที และสุดท้ายผู้คุมสอบจะสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้สอบบรรยายประมาณ 1-2 คำถามก็เป็นอันจบการสอบในพาร์ตนี้
ตัวอย่างบัตรคำถาม (Card) ของ IELTS Speaking Part 2 คลิก
เกณฑ์การให้คะแนน IELTS Speaking Part 2
ในส่วนของเกณฑ์การให้คะแนนก็จะเหมือนกันกับการสอบ IELTS Speaking ทุกพาร์ต คือ ยึดเกณฑ์การคิดคะแนนตามหลัก ดังนี้
1. Fluency and coherence
(ความคล่องแคล่วในการพูดและความเชื่อมโยงของเนื้อหา) ดูความเชื่อมโยงของเนื้อหาที่พูดควบคู่กับการเลือกใช้คำช่วยหรือคำเชื่อมระหว่างประโยค
2. Lexical resource
(ความหลากหลายของคำศัพท์) เลือกใช้คำศัพท์หรือสำนวนที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับเนื้อหาที่ยกขึ้นมาพูดถึง ณ ขณะนั้น
3. Grammatical range and accuracy
(ความถูกต้องของไวยากรณ์) การเลือกใช้ไวยากรณ์อย่างถูกต้อง ครบถ้วนทั้งรูปประโยค
4. Pronunciation
(การออกเสียง) ในส่วนนี้ไม่ได้ดูเรื่องของ “สำเนียง” การพูด แต่จะมุ่งเน้นไปที่การออกเสียงคำศัพท์อย่างชัดเจน สามารถลงเสียงหนัก-เบาและลดรูปเสียงได้อย่างถูกต้อง เช่น ออกเสียงตัว L และ R ให้มีความต่างกัน หรือระวังเรื่องการ Stress เสียงหนัก-เบา
นอกจากเกณฑ์ที่ทาง IELTS ระบุมาข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่อยากฝากเอาไว้ในการสอบ Speaking คือ “ห้ามปล่อยให้ Dead air” เช่น เมื่อกรรมการสอบถามเพิ่มเติมแล้วคิดคำตอบไม่ทัน ไม่ควรเงียบไปเฉยๆ แต่ควรพยายามสื่อสารกับผู้คุมสอบให้ได้มากที่สุด เช่น บอกไปตรง ๆ ว่าขอเวลาคิดสักครู่แล้วรีบตอบให้ไวที่สุด หรือหากนึกคำศัพท์ไม่ออกขึ้นมากลางคัน อาจใช้วิธีการอธิบายคำอื่น ๆ ที่สื่อความหมายคล้ายกันแทน
20 หัวข้อที่ออกบ่อยในข้อสอบ IELTS Speaking Part 2
เมื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสอบและเกณฑ์การให้คะแนนกันไปแล้ว ถัดมาก็มาดูหัวข้อการสอบที่ออกบ่อยกันเลย โดยพี่กริฟฟินได้รวบรวมมาจำนวนทั้งหมด 20 หัวข้อ 5 หมวด หมวดละ 4 คำถาม ดังนี้
1. หมวด People (ผู้คน)
- Describe a person you admire. (คนที่ให้ความนับถือ)
- Describe a family member you spend a lot of time with. (สมาชิกในครอบครัวที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อย)
- Describe a famous person you would like to meet. (คนดังที่อยากเจอ)
- Describe a film/movie actor from your country who is very popular. (นักแสดงที่ได้รับความนิยมในประเทศของคุณ)
2. หมวด Places (สถานที่)
- Describe a city you have visited. (เมืองที่เคยไป)
- Describe a place in your hometown. (บ้านเกิด)
- Describe a place you enjoy going to in your free time. (สถานที่ที่ชอบไปเวลาว่าง)
- Describe a museum or art gallery that you have visited. (พิพิธภัณฑ์/ แกลลอรีศิลปะที่เคยไป)
3. หมวด Objects (สิ่งของ)
- Describe something you own which is important to you. (ของสำคัญ)
- Describe a book you have read. (หนังสือที่เคยอ่าน)
- Describe an advertisement you remember well. (โฆษณาที่จำได้แม่น)
- Describe a type of clothes you prefer to wear. (เสื้อผ้าที่ชอบใส่)
4. หมวด Events (เหตุการณ์)
- Describe a memorable experience. (ความทรงจำอันมีค่า)
- Describe a competition you would like to take a part in. (การแข่งขันที่อยากมีส่วนร่วม)
- Describe a concert/ live performance you attended. (คอนเสิร์ตหรืองานแสดงดนตรีสดที่เคยไป)
- Describe an event that changed your life in a good way. (จุดเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น)
5. หมวด Activities (กิจกรรม)
- Describe a hobby you enjoy. (งานอดิเรกที่ชื่นชอบ)
- Describe a sport or exercise that you do for fitness. (กีฬาหรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ)
- Describe an unusual activity that you did. (กิจกรรมแปลกใหม่ที่เคยทำ)
- Describe an activity you enjoyed doing when you were young. (กิจกรรมที่ชอบทำในวัยเด็ก)
เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ IELTS Speaking Part 2 ภายใน 1 นาที
หลังจากได้รับบัตรคำถามมาแล้ว น้อง ๆ จะมีเวลาการเตรียมตัวก่อนพูดเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่น้อยมากในการเตรียมตัวสอบ แต่หากลองทำตามวิธีด้านล่างนี้ก็จะช่วยให้สามารถบริหารเวลา 1 นาทีในการเตรียมสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน
1. วิเคราะห์โจทย์จาก Cue Card
เมื่อได้รับคำถามมาแล้ว ให้น้อง ๆ พิจารณาว่าคำถามที่ได้รับนั้นต้องการถามถึงอะไร และในกระดาษมีไกด์อะไรไว้ให้บ้าง โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการตอบคำถามโดยยึดไกด์ที่โจทย์ให้มา จะได้ประหยัดเวลาในการคิดหัวข้อย่อยของคำถามข้อนั้น ๆ เนื่องจากในข้อความไกด์ที่เป็น Bullet Point จะมีคำอธิบายคร่าว ๆ ถึงสิ่งที่ต้องตอบอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น
โจทย์ให้อธิบายถึงของสำคัญของตัวเราเอง โดยมีไกด์มาให้ว่า “ได้รับมาจากที่ไหน”, “ได้รับมานานเท่าไรแล้ว (เมื่อไร)”, “ใช้ของสิ่งนั้นทำอะไร” และปิดท้ายด้วยการเสริมว่าทำไมของสิ่งนั้นจึงสำคัญสำหรับเรา ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เห็นภาพมากขึ้นและเชื่อมโยงข้อมูลในการตอบได้ง่ายขึ้นก็คือการแยกว่าจะตอบอะไรบ้าง (จากที่ไหน, นานเท่าไร, เพื่ออะไร, ทำไม) นั่นเอง
2. เขียนโน้ตสั้น ๆ เตรียมพร้อมก่อนพูด
หลังจากวิเคราะห์โจทย์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็ให้ทำการแยกประเด็นที่ต้องการพูดออกมา โดยอาจเขียนโน้ตสั้น ๆ ลงบนกระดาษ หรือร่างตารางขึ้นมาโดยยึดจากสิ่งที่จะใช้ตอบคำถาม ตัวอย่างเช่น เขียน Mind Maps หรือร่างตารางเป็น 4 ช่องอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของสำคัญ (เปียโน) ดังนี้

ในส่วนของกระดาษที่จดโน้ตนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลการสอบ จึงสามารถขีดเขียนได้อย่างอิสระ และไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องของการสะกดคำศัพท์ แต่แนะนำให้น้อง ๆ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อที่เวลาพูดตอบจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแปลกลับไปกลับมานั่นเอง
3. เติมรายละเอียดเพื่อขยายคำตอบ
หากวิเคราะห์โจทย์และจดโน้ตแล้วยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนหมดเวลาเตรียมตัว (1 นาที) ให้เขียนตัวเลขเรียงลำดับสิ่งที่จะพูด เริ่มที่ตรงไหน จบที่หัวข้ออะไร หรือเติมรายละเอียดย่อยของแต่ละหัวข้อเพื่อขยายความให้มีมิติและมีเหตุผลรองรับมากขึ้น เช่น อาจอธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุผลที่ซื้อเปียโนเพราะรักในเสียงเพลง ซึ่งเหตุผลที่เลือกซื้อเปียโนแทนเครื่องดนตรีชนิดอื่นเพราะอะไร (ชอบเสียงเปียโนมากกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น, ลองจับดูแล้วชอบ, ฝึกเล่นง่าย หรืออื่น ๆ เป็นต้น)
เทคนิคการจัดการเวลา 2 นาทีในการสอบ IELTS Speaking Part 2
พอเริ่มจับเวลาการสอบจริง ๆ หลายคนมักจะรู้สึกตื่นเต้นและกดดันที่จะต้องพูดในเวลาที่กำหนด (2 นาที) จึงรีบพูดติด ๆ กันจนหมดเรื่องที่ตั้งใจว่าจะพูดก่อนหมดเวลาสอบ หรือบางทีอาจตื่นเต้นเกินไปจนลิ้นพันกันและพูดผิดพูดถูกได้ ทางที่ดีอาจเริ่มต้นด้วยการทวนคำถามเพื่อยืดระยะเวลาในการเรียบเรียงประโยคถัดมาและเว้นระยะหายใจระหว่างประโยคเพื่อควบคุมจังหวะการพูด
ระหว่างการสอบสามารถดูกระดาษที่จดโน้ตเอาไว้ได้ แต่ไม่ควรจ้องที่กระดาษจนไม่สนใจคู่สนทนา (กรรมการคุมสอบ) ให้ใช้การเหลือบดูเป็นระยะและมุ่งความสนใจไปยังกรรมการคุมสอบมากที่สุด หากรู้สึกตื่นเต้นจนนึกศัพท์ไม่ออกให้เลือกใช้วลีคั่น เช่น well, another thing is…, let me think…, let’s see แทนการพูดเอ่ออ่า หรือหยุดพูดไปเฉย ๆ กลางคัน
หากหมดเวลาแล้วแต่ยังพูดตอบไม่ครบทุกหัวข้อที่ลิสต์เอาไว้บนกระดาษโน้ตก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะการพูดจนครบเต็มเวลาก็เพียงพอที่จะใช้ในการให้คะแนนแล้ว สิ่งสำคัญของการสอบในพาร์ตนี้คือการให้ผู้สอบได้พูดอธิบายเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ตามโจทย์ที่ได้รับมาจากหัวข้อหลัก ไม่ได้นำเอาหัวข้อย่อยที่เป็นไกด์เพิ่มเติมมาคิดคะแนน หรือหากพูดจนครบทุกหัวข้อแล้วแต่ยังมีเวลาเหลือ กรรมการจะถามว่า “มีเรื่องอะไรอยากเล่าอีกไหม?” ให้ตอบว่า “มี” และพยายามหาทางพูดเสริมให้ครบเวลา ไม่ควรปฏิเสธคำถามของคณะกรรมการเพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการเพิ่มคะแนนสอบได้
ตัวอย่างการตอบ IELTS Speaking Part 2 ให้ได้คะแนนสูง ๆ
จากตัวอย่างคำถามและไกด์การตอบด้านบน สามารถขยายความในการตอบได้ดังนี้
จะเห็นได้ว่าระหว่างประโยคมีการเน้นคำที่เป็นคำเชื่อมและคำขยายที่ทำให้เห็นว่ามีการเรียบเรียงเนื้อหาการพูดมาเป็นอย่างดีโดยมีการพูดถึงอดีตไล่เรียงมาถึงปัจจุบันแบบเป็น Timeline ที่ชัดเจน และไม่ได้ใช้คำศัพท์ที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยากจนเกินไป แต่เน้นคำเรียบง่ายที่ถูกหลักไวยากรณ์ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ซับซ้อนหรือสอดแทรกไวยากรณ์ที่ไม่คุ้นเคยและอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดจนถูกหักคะแนน
ฝึกตอบคำถาม IELTS Speaking Part 2 แบบจับเวลา
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำหรับการเตรียมตัวสอบ IELTS Speaking Part 2 ที่น้อง ๆ ทุกคนไม่ควรพลาด คือการลองฝึกตอบคำถามแบบจับเวลาตามจริง โดยเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่ บัตรคำถาม (อาจทำเป็นฉลากแบบสุ่มหยิบได้), กระดาษและดินสอสำหรับการจดโน้ต และโทรศัพท์สำหรับจับเวลาและอัดเสียง
เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้วให้เริ่มต้นด้วยการจับฉลากเลือก 1 หัวข้อจาก 20 หัวข้อด้านบน และจับเวลา 3 นาทีตามการสอบจริง แบ่งเวลา 1 นาทีสำหรับการเตรียมพร้อม (วิเคราะห์หัวข้อ-จดโน้ต) จากนั้นกดจับเวลาพร้อมอัดเสียงระหว่างการพูด 2 นาที เมื่อหมดเวลาแล้วให้กดหยุด
ทบทวนสิ่งที่พูดในช่วง 2 นาทีโดยการเปิด Recording ที่อัดไว้ขึ้นมาฟัง และสังเกตการเลือกใช้คำ, การเชื่อมโยงประโยค, การไล่เรียง Timeline และความผิดพลาดในการพูด จากนั้นวนฝึกซ้อมใหม่อีกครั้งโดยเปลี่ยนหัวข้อการพูดจนสามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่วและลื่นไหลในระยะเวลา 2 นาทีแบบไม่ขาดไม่เกิน
เตรียมสอบ IELTS Speaking กับผู้เชี่ยวชาญ House of Griffin
สำหรับน้องคนไหนที่ไม่มั่นใจในการติวสอบด้วยตัวเอง หรืออยากได้ผู้ช่วยติวสอบที่สามารถวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนเพื่อพัฒนาปรับปรุงทักษะการพูดภาษาอังกฤษอย่างเชี่ยวชาญ ทั้งยังสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสอบ IELTS ในทุกพาร์ตตั้งแต่ Reading, Listening, Writing และ Speaking แบบครบถ้วน พร้อมสอบ Mock Test เตรียมพร้อมก่อนสอบจริงและการันตีคะแนน IELTS 6.0++ สามารถทักมาสอบถามเรื่องคอร์สติวสอบ IELTS กับพี่ ๆ ทีมงาน House of Griffin ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทน British Council และ IDP Education ในการรับสมัครการทดสอบ IELTS อย่างเป็นทางการได้เลย




