Swift Coding

APPLE CURRICULUM

คอร์สการเรียนเขียนโค้ด ที่ได้รับการพัฒนาและสอนโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Apple WWDC Scholar

swift

House of Griffin ขอเป็นตัวช่วยสานฝันของคุณให้เป็นจริง เปิดตัวคอร์สเรียนที่แรกและที่เดียวในประเทศไทยในตอนนี้! เรียนครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับที่สามารถสร้างแอปฯ ได้ด้วยตัวเอง เรียนครบจบในที่เดียว “Swift Coding” คอร์สการเรียนเขียนโค้ด ที่ได้รับการพัฒนาและสอนโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล WWDC Scholar ซึ่งทุนนี้ได้เพียงไม่กี่คนในประเทศไทย

ตารางคอร์สเรียนแบบกลุ่ม

Course
Study Period
Time
Hours
Price (THB)
Level 1 Everyone Can Code 1
7 May 22 – 16 Jul 22
SAT, 10:00-12:00
22
17,600
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนการเขียน Coding มาก่อน การเรียนเทียบเท่าวิชา Programming Concept ในการเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 สาขาคอมพิวเตอร์ ในเมืองไทย
Level 1 Everyone Can Code 2
30 Jul 22 – 8 Oct 22
SAT, 10:00-12:00
22
17,600
เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนการเขียน Coding มาก่อน การเรียนเทียบเท่าวิชา Programming Concept ในการเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 สาขาคอมพิวเตอร์ ในเมืองไทย
Level 2 Develop in Swift 1
7 May 22 – 31 Jul 22
SAT-SUN, 13:00-15:30
65
52,000
เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการเขียน Coding มาก่อน เรียนรู้การสร้างแอปหรือเกมขั้นพื้นฐานได้


Frequently
Asked
Questions

Coding ไม่ได้เป็นวิชาที่สอนให้เราสร้างโปรแกรมสร้างแอปเป็นอย่างเดียว แต่สอนการคิดอย่างเป็นมีตรรกะเชิงเหตุและผล คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แบบเป็นระบบ

ตัวอย่างเช่น การที่เราจะบอกคอมพิวเตอร์ว่าเราต้องการให้แสดงผลแบบนี้หรือคำนวณแล้วได้ผลลัพท์แบบนั้น เราต้องคิดให้ออกว่า process ทั้งหมดที่ต้องมีมีอะไรบ้าง เริ่มจากอะไรก่อน ทำอันนี้แล้วตามด้วยอันไหน หากเราข้ามขั้นตอนไหนที่จำเป็นไปผลลัพท์ที่ได้ก็คงต่างออกไป

เวลาเรามองปัญหาที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เราก็สามารถมีรูปแบบการคิดที่เป็นลำดับและมีเหตุผลมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้

Skill Set พื้นฐานที่เด็กทุกคนควรจะมีเพื่อให้ทันกับโลกในปัจจุบันและอนาคต อย่างแรกเลยคือมีความคิด ตรรกะเชิงเหตุและผล การคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สามารถจัดลำดับความสำคัญในเรื่องต่าง ๆ ได้

อย่างที่สอง คือเราต้องกล้าที่จะเรียนรู้ และ ทำงานร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นคนที่โตกว่าหรือเด็กกว่า

อย่างที่สาม เราควรมีความคิดพัฒนาเพื่อแตกต่าง คิดว่าสิ่งที่เรามีอยู่สามารถดีกว่านี้ได้

อย่างสุดท้ายต้องสร้างสรรค์ ในอนาคตให้คิดไว้เลยว่าเครื่องจักรสามารถมาทำงานแทนคนได้มากกว่า 80% ของคนบนโลก แต่สิ่งที่เครื่องจักรยังตามไม่ทันแน่ๆ คือความคิดสร้างสรรค์ มนุษย์เรามีความยืนหยุ่นทางความคิด และสามารถหาทางออกปัญหาต่าง ๆ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยหลักการแบบเดิม ๆ เสมอไป

รู้ไหมว่า ใครเป็นเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Airbnb ถือเป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักให้บริการมากที่สุด โดยที่ Airbnb ไม่ได้ลงทุนเป็นเจ้าของห้องพักเองสักห้อง แต่ลงทุนด้วยเทคโนโลยี พัฒนาแอปเพื่อบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสิ่งที่แตกต่าง

อาชีพแห่งโลกในอนาคต คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากอาชีพหลัก ๆ เช่น หมอ, วิศวะ, สถาปัตย์แล้ว นักพัฒนา หรือ โปรแกรมเมอร์จะเป็นอาชีพที่สำคัญมาก ๆ ที่จะ drive ทุกอุตสาหกรรม ทุกองค์กร รวมถึงคุณภาพชีวิตของมนุษย์

หากเราถามว่าโลกก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว สิ่งแรกที่ทุก ๆ คนมองได้ง่ายสุดคือเทคโนโลยีตอนนี้เป็นยังไง ในปัจจุบันไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเกือบทุกส่วน การที่เรามีความสามารถในการสร้างสรรค์ tech solution ได้ นั่นคือเรากำลังถือไพ่ที่เหนือกว่าอาชีพทุกอาชีพในอนาคต

Apple สร้างหลักสูตรการเขียนโค้ดรวมถึงการพัฒนาแอปให้กับนักเรียนและบุคคลทั่วไป ซึ่งเรียนได้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับ Professional

โดยเราได้นำหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานของ Apple มาพัฒนาต่อเพื่อให้มีเนื้อหากระชับและเข้าใจง่าย โดยมีด้วยกันอยู่ 4 เลเวล

เลเวลแรกคือการปูพื้นฐานการเขียนโค้ด

เลเวลที่สองคือเริ่มต้นการเขียนแอปพลิเคชัน

เลเวลที่สามคือต่อยอดสร้างแอปที่ซับซ้อน

และเลเวลสุดท้ายคือการต่อยอดสร้างแอปที่ซับซ้อนในระดับสูงยิ่งขึ้นเพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุดโดยทั้ง 4 เลเวลจะมี Tools ที่สนับสนุนโดย Apple ทั้งหมด

หากน้อง ๆ มีความพร้อมและเรียนจบเลเวล 2 แล้ว น้อง ๆ สามารถทดสอบความรู้ของตัวเองกับ Apple ได้ เพื่อได้รับ Apple App Development with Swift Certificate

โดย certificate มีด้วยกันอยู่ 2 ขั้น คือ Associate และ Certified User

การที่น้อง ๆ มี certificate ไว้ครอบครองจะทำให้น้อง ๆ โดดเด่นกว่าใครในการสมัครเข้าศึกษาต่อ หรือแม้กระทั่งสมัครงานเป็นนักพัฒนาแอป

อยากจะบอกว่ามันไม่ง่ายเลย ในแต่ละปี Apple จะเปิดให้นักเรียนที่เป็นนักพัฒนาจากทั่วโลกได้ส่งผลงานเข้าประกวด คิดว่าเป็นหลักหมื่นหลักแสนคน และคัดนักเรียนให้เหลือเพียงแค่ 300-350 คนเท่านั้น

การที่เราจะมีผลงานที่เข้าตากรรมการเป็นเรื่องที่วิเศษและมหัศจรรย์มาก ๆ ตัวผลงานจะต้องแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้าง impact ให้กับคนอื่น ๆ หรือระดับสังคมได้

อ.แฟร์ เป็นคนไทยคนแรกที่ได้เป็น WWDC Scholar และตอนนี้ในประเทศไทยก็มีเพียง 8 คนเท่านั้น


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
👉 www.houseofgriffin.com
💬 Line : @houseofgriffin
📞 Tel : 02 644 6006-7